Customer Relationship Management (CRM) คืออะไร และทำไมเจ้าของกิจการควรสนใจ

Customer Relationship Management (CRM) คืออะไร และทำไมเจ้าของกิจการควรสนใจ เวลาเล่าเรื่อง Customer Relationship Management (CRM) ผมชอบใช้เรื่องร้านก๋วยเตี๋ยวในการอธิบาย ด้วยความผมเป็นคนชอบทานก๋วยเตี๋ยว และก็มีร้านอร่อยแถวบ้านร้านนึงที่ไปทานประจำ เวลาไปทานผมแค่สบตาพนักงานที่ทำก๋วยเตี๋ยวอยู่ให้รู้ว่าผมมาแล้วนะ ซึ่งเขาก็มักจะพยักหน้าและยิ้มหนึ่งทีก็เป็นอันรู้กัน   ผมสามารถเดินไปนั่งที่โต๊ะแล้วสักพักจะมีเกาเหลาลูกชิ้นกับเอ็น ข้าวเปล่า โค้ก น้ำแข็ง มาวางที่โต๊ะแบบอัตโนมัติ ช่างเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมไปเลยใช่ไหมครับ  เล่าต่อว่าร้านนี้ไม่มีระบบ POS ไม่มีคอมพิวเตอร์ ไม่มีระบบอะไรทั้งสิ้น แต่เขา “จำลูกค้าได้และรู้ว่าลูกค้าคนนี้ชอบสั่งอะไร ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นคนสำคัญและมีความสุขทุกครั้งที่ได้กลับมาทานที่ร้านนี้” ซึ่งนี่คือแก่นของระบบ CRM ครับ ไม่มีอะไรที่ซับซ้อนมากไปกว่านี้   แล้วเมื่อไหร่เราควรจะมีระบบ CRM    ขอใช้ตัวอย่างเดิมคือร้านก๋วยเตี๋ยว คือถ้าร้านนี้มีลูกค้าประจำสัก 50 คน ก็น่าจะยังพอจำหน้าลูกค้าและอาหารที่ชอบสั่งไหวอยู่ แต่ถ้าเกิดวันนึงร้านขยายไปมาก ๆ แล้วมีลูกค้าประจำสัก 500 คน ก็น่าจะมีจำไม่ได้กันบ้างแล้วใช่ไหมล่ะ อาจจะมีลูกค้าประจำที่มาทานแล้วเจอพนักงานใหม่ซึ่งจำหน้าลูกค้าไม่ได้ ทำให้แทนที่จะได้รับคำถามพนักงานว่า “หวัดดีค่ะพี่ สั่งเหมือนเดิมหรือเปล่าคะวันนี้” อาจจะต้องสั่งอาหารที่เขามักจะสั่งเหมือนเดิมทุกครั้งใหม่ทั้งหมด ก็จะทำให้ประสบการณ์ในการทานอาหารครั้งนี้ไม่ดีเหมือนเดิม […]

การทำงานเชิงรุก Proactive ได้ผลในสถานการณ์ใดบ้าง

การทำงานเชิงรุก Proactive ได้ผลในสถานการณ์ใดบ้าง การทำงานเชิงรุก (Proactive) คืออะไร? ทำไมต้องเชิงรุก? ทำแล้วได้อะไร? ต้องวางแผนอย่างไรบ้าง? การทำงานเชิงรุกมีผลดี-ผลเสียอย่างไร? ฯลฯ สารพัดคำถามที่เริ่มต้นมาจากคำว่า “ทำงานเชิงรุก” หรือ Proactive นั้น หมายถึงการทำงานของคนที่ชอบคิด ชอบวางแผน จัดการและเตรียมการทุกอย่าง พร้อมแก้ปัญหาและทำงานอย่างมีคุณภาพเพื่อความก้าวหน้าในอนาคต ซึ่งตรงข้ามกับคนที่ทำงานแบบ Reactive ที่เป็นคนทำงานวันต่อวัน ทำแต่สิ่งที่ได้รับมอบหมายมาเท่านั้น ไม่ค่อยคิดถึงความก้าวหน้าหรือพัฒนาตนเองเท่าใดนัก เพราะไม่ชอบความยุ่งยาก ไม่อยากจัดการวางแผนใด ๆ ล่วงหน้า ถ้าใช้ภาษาบ้าน ๆ ก็เรียกว่า เช้าชามเย็นชาม ซึ่งอย่างหลังคงไม่ค่อยมีความก้าวหน้าทางหน้าที่การงานเท่าไหร่ ก่อนที่จะเริ่มทำงานเชิงรุกที่เน้นการพุ่งสู่จุดหมายนั้น อย่าลืมเตรียมตัวให้ดี เพราะถ้าทำโดยไม่ได้ตระเตรียมการอะไรไว้ จะกลายเป็นพลาดออกตัวฟรี ต้องมานั่งเครียดแก้ปัญหาในอนาคตอีก ไม่คุ้มกัน ยิ่งเป็นน้อง ๆ ที่เพิ่งเรียนจบ เพิ่งเริ่มต้นชีวิตการทำงานแล้ว ยิ่งต้องศึกษาและเตรียมตัวให้ดีเสียก่อน เพราะการทำงานเชิงรุกนั้น เหมาะกับคนที่ทำงานชนิดที่เรียกว่า รอบคอบ ช่างสังเกต มองรอบด้าน และไม่กลัวปัญหา ซึ่งการทำงานเชิงรุกนั้น จะได้ผลดีสูงสุดก็ต่อเมื่อ 1. วางแผนรองรับไว้อย่างละเอียดรอบคอบ การทำงานเชิงรุกนั้น จำเป็นต้องมีรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง […]

อียูจะเริ่มใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ตรวจคนข้ามชายเเดน

อียูจะเริ่มใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ตรวจคนข้ามชายเเดน หากคุณเดินทางข้ามชายแดนระหว่างประเทศต่างๆ ในเขตเชงเกนของยุโรปในอนาคต คุณอาจต้องตอบคำถามต่างๆ ที่ถามโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง อย่างไรก็ตาม ทีมนักวิทยาศาสตร์ในอังกฤษบอกว่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างจากเจ้าหน้าที่มนุษย์ตรงที่สามารถจับโกหกได้ดีกว่า คีลลี่ย์ คร็อคเก็ทท์ (Keeley Crockett) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เมโทรโพลิเเทน (Manchester Metropolitan) กล่าวว่า โปรแกรมนี้จับผิดคนจากพฤติกรรมที่แสดงออกทางใบหน้า โดยจะตรวจจับดูอากัปกริยาที่แสดงออก เช่น สายตาที่มองดูขวามองซ้าย แต่จะไม่ดูว่ากำลังยิ้มหรือกำลังขมวดใบหน้า คร็อคเก็ทท์ ผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยี AI ช่วยพัฒนาโปรแกรมตรวจคนข้ามชายเเดนนี้ที่เรียกว่า i-Border-Control นี้ กล่าวว่า โปรแกรมดังกล่าวสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าได้ 38 รูปแบบภายในเวลาสั้นๆ สามารถวิเคราะห์น้ำเสียง ตรวจข้อมูลไบโอเมตริกที่รวมถึงเส้นเลือดบนฝ่ามือหรือลายนิ้วมือ งานตรวจตราคนเข้าเมืองตามแนวชายเเดนได้กลายเป็นประเด็นร้อนทั่วยุโรป ขณะที่มีคนอพยพเข้าเมืองหลายหมื่นคน ส่วนมากมาจากแอฟริกาเเละตะวันออกกลางพยายามเดินทางเข้าไปในยุโรป ในปี 2015 ฮังการีได้สร้างรั้วลวดหนามติดใบมีดโกน หลังเกิดการปะทะที่ชายเเดนที่ติดกับเซอร์เบีย อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ตรวจคนข้ามชายเเดนนี้จะไม่นำไปใช้ทดแทนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชายเเดนที่เป็นมนุษย์ คร็อคเก็ทท์ กล่าวว่า โปรแกรมตรวจคนข้ามชายแดน i-Border-Control นี้ไม่สามารถตัดสินใจได้อัตโนมัติ แต่จะประเมินความเสี่ยงออกมาเป็นคะเเนนสำหรับนักเดินทางข้ามชายแดนเเต่ละคน โปรแกรมตรวจคนข้ามชายแดนนำร่องนี้ได้รับเงินสนับสนุนโดยโครงการ Horizon 2020 ของสหภาพยุโรป   (เรียงเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน) ขอขอบคุณ ข้อมูล :www.voathai.com

การทำงานร่วมกับผู้อื่น

ในการทำงานเราไม่สามารถทำงานเพียงลำพังคนเดียวได้ ต้องมีการประสานงานกับบุคคลอื่นๆ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน ซึ่งการประสานงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จะต้องเริ่มจากการสร้างสัมพันธ์ที่ดี ต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น จึงจะช่วยให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี แต่ก็อาจมีบางคนที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ ซึ่งก็ส่งผลทำให้เกิดปัญหาในการทำงานตามมา และอาจส่งผลกระทบไปถึงคุณภาพของงานอีกด้วย ดังนั้นพฤติกรรมการทำงานร่วมกับผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรมี อาจจะด้วยการฝึกฝน ปรับทัศนคติ มุมมอง แนวคิด มองโลกในแง่บวก หรือด้านอื่นๆ เพื่อให้ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และเมื่อคุณได้รับความร่วมมือจากบุคคลอื่นๆ ก็ส่งผลทำให้คุณมีความสุข สนุกกับงานที่ทำ และอาจส่งผลไปยังหน้าที่การงานของคุณได้อีกด้วย ในการพัฒนาทักษะ หรือความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นนั้น ก็มีแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ตามหลักของ P-S-Y-C-H-O ดังนี้   P = Positive Thinking….คิดแต่ทางบวก สร้างโลกสวยงาม ทัศนคติ มุมมอง หรือความคิด เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าคุณมีทัศนคติ มุมมองความคิดที่ดีแล้วนั้นก็ย่อมส่งผลทำให้คุณมีพฤติกรรมที่ดีตามด้วยเช่นกัน แต่หากคุณมีทัศนคติในเชิงลบ คุณก็จะมีพฤติกรรมที่ไม่อยากให้ความร่วมมือใดๆ นินทาว่าร้าย ก้าวร้าว หรือพฤติกรรมอื่นๆ ซึ่งต่างๆเหล่านี้ก็จะส่งผลทำให้คุณไม่มีความสุขกับการทำงาน ดังนั้นเพื่อให้เราสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข คุณก็ต้องปรับทัศนคติมุมมองความคิดของตัวคุณเองให้กว้าง มองโลกในทางบวกไว้เสมอ   S = Smile…ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างความประทับใจ การมอบรอยยิ้ม เป็นการสร้างความคุ้นเคย และความประทับให้กับผู้อื่น […]

4 วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน

4 วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะเก่งกาจมากความสามารถมาจากไหน เมื่ออยู่ในองค์กรแล้วก็ไม่มีใครทำงานคนเดียวได้ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เอาไว้ ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะมันจะส่งผลต่อความสำเร็จในการทำงานได้อย่างมาก เราคงไม่อยากจะให้งานพัง เหมือนความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อนร่วมงานหรอกใช่ไหม?   JobThai จะพาไปดูกันว่าวิธีสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานที่ทำได้ง่าย ๆ มีอะไรบ้าง     อย่าเป็นฝ่ายพูดอยู่คนเดียว ให้รับฟังคนอื่นบ้าง เพื่อให้รู้จักและเข้าใจพวกเขามากขึ้น รวมทั้งแสดงออกว่ากำลังตั้งใจฟังขณะที่คู่สนทนากำลังพูด และอย่าขัดจังหวะเวลาที่คนอื่นพูดถ้าไม่จำเป็น รักษาน้ำใจและให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน อย่าแสดงอาการไม่สนใจ ถึงเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ไม่สนใจก็ตาม และก่อนที่จะพูดอะไรออกไป อย่าลืมคิดให้ดีก่อน เมื่อมีเรื่องราวดี ๆ ที่น่าจะมีประโยชน์ก็อย่างลืมแบ่งปันให้เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ด้วย เพราะข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจสร้างโอกาสอะไรดี ๆ ให้พวกเขาได้ อย่าคิดว่าความคิดของตัวเองถูกต้องเสมอ และเมื่อเพื่อนร่วมงานทำอะไรดี ๆ ก็อย่าลืมที่จะชื่นชมเขาอย่างจริงใจด้วย เวลาทำอะไรผิดพลาด ให้กล้าที่จะพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน แต่อย่าพูดถึงความผิดพลาดของคนอื่นลับหลัง   “คิดก่อนพูด” ประโยคคลาสสิกที่ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ คำพูดเพียงคำเดียวส่งผลกระทบได้กับทั้งตัวเราเองและเพื่อนร่วมงาน ก่อนที่จะพูดอะไรออกไปทุกครั้ง ลองคิดดูให้ดีก่อนว่าเรื่องที่เราจะพูดมันจะส่งผลดีหรือผลเสียอะไร ต่อใครบ้างไหม   นอกจากนั้นเลือกวิธีการพูดและภาษาที่ใช้ให้เหมาะสม […]

9 วิธีออมเงินง่ายๆ สไตล์มนุษย์เงินเดือน

9 วิธีออมเงินง่ายๆ สไตล์มนุษย์เงินเดือน เมื่อเริ่มทำงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง ในช่วงปีแรกๆ ชาวออฟฟิศหลายคนอาจเพลิดเพลินกับการใช้เงินจนมองข้ามการเก็บออมเงินไปเสียสนิท มาเริ่มรู้ตัวอีกทีนอกจากจะมียอดหนี้ค้างในบัตรเครดิตแล้ว ยังไม่มีเงินออมสำรองไว้ใช้ในกรณีหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในชีวิตอีกด้วย เคยพยายามเริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับรายจ่าย แต่ทำได้ไม่นานเท่าไหร่ความขี้เกียจก็ครอบงำ แถมเงินออมก็ไม่เห็นจะเพิ่มขึ้นซะทีจนท้อใจ ซึ่งความจริงแล้วการออมเงินนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้เทคนิคและตั้งใจจริง วันนี้เราจึงมี 9 วิธีออมเงินง่ายๆ ที่จะช่วยให้มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายได้มีเงินออมในบัญชี ตามไปดูกันเลยค่ะ ออมเงินโดยเก็บแบงค์ 50 นอกจากจะมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทแล้ว จะออมเงินสมัยนี้ต้องไม่พลาดเทรนด์การออมเงินยอดนิยมอย่างการเก็บแบงค์ 50 ที่เมื่อได้รับมาแล้วให้แยกใส่กล่องหรือหยอดกระปุกไว้ ห้ามนำมาใช้จ่ายเด็ดขาด เป็นวิธีการออมเงินแบบง่ายๆ ที่หลายคนบอกว่าครบเดือนแล้วได้เงินออมหลักพันอยู่เหมือนกันนะคะ ออมเงินโดยการสร้างกระเป๋าตังค์จำลอง ใครที่ชอบใช้จ่ายเงินแบบมือเติบ ต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีการออมเงินด้วยกระเป๋าตังค์จำลองค่ะ เงินเดือนเข้าปุ้บ กดออกมาแล้วแบ่งค่าใช้จ่ายในเดือนนั้นๆ ออกเป็นส่วนๆ ใส่ถุงซิปล็อคแยกไว้ เช่น หากเราใช้จ่ายเงินวันละ 200 บาท ก็แบ่งออกมาเป็น 200 บาท 30-31 ถุงตามแต่ละเดือน และพกไปใช้ในแต่ละวัน หมดคือจบ แต่ถ้าเหลือก็นำมาเป็นเงินเก็บได้อีกส่วน เลิกกินกาแฟแพงเว่อร์…ก็ออมเงินได้แล้ว ข้อนี้อาจจะตรงกับไลฟ์สไตล์บางคนเท่านั้น หากอยากออมเงินจริงจัง คงต้องบอกลากาแฟแก้วละร้อยกว่าบาทที่ซื้อกินทุกวันกันซะที ลองคิดง่ายๆ แค่งดกาแฟราคาแพง 2 อาทิตย์ คุณก็จะออมเงินได้มากขึ้นเป็นหลักพันแล้ว เปลี่ยนไปชิมกาแฟร้านธรรมดาที่เน้นคุณภาพมากกว่าภาพลักษณ์บ้างก็ได้ รสชาติอร่อยไม่แพ้กันในราคาที่ถูกกว่าเกินครึ่งหรือจะเปลี่ยนไปกินกาแฟฟรี สวัสดิการดีๆ […]

เรื่องของ ถ่าน ที่คนอยากเอาถ่านต้องอ่าน!

เรื่องของ ถ่าน ที่คนอยากเอาถ่านต้องอ่าน! เชื่อว่าหลายๆคนคงต้องเคยเจอกับสถานการณ์ งง! มึน! สับสน! เวลาที่ต้องไปเลือกซื้อ แบตเตอรี่ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “ถ่านไฟฉาย” อย่างแน่นอน เพราะในเชลล์ที่วางขายถ่านนั้น เต็มไปด้วยถ่านหลากหลายชนิด หลากหลายยี่ห้อ เยอะจนไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อถ่านแบบไหนดี วันนี้ออฟฟิศเมทเลยมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ถ่าน หรือ “ถ่านไฟฉาย” มาฝากกันค่ะ แบตเตอรี่ หรือ ถ่านไฟฉาย มีกี่แบบ ปัจจุบัน ถ่านไฟฉายที่เราใช้งานกันจำแนกตามความสามารถในการนำกลับมาใช้ใหม่ได้เป็นสองประเภทหลักๆ ถ่านแบบชาร์จไม่ได้ ถ่านแบบชาร์จไม่ได้เป็นถ่านแบบใช้แล้วทิ้ง มี 2 ประเภท ได้แก่ ถ่านไฟฉายทั่วไป (คาร์บอน-สังกะสี) ถ่านชนิดนี้ใช้กันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2443 กระแสไฟฟ้าที่ได้จากถ่านชนิดนี้เกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมีของสังกะสีซึ่งเป็นขั้วลบ กับ แมงกานีสไดออกไซด์ผสมกับวัสดุอื่นๆ (เช่น เกลือแอมโมเนีย) ซึ่งเป็นขั้วบวก เป็นถ่านไฟฉายที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น และให้กระแสไฟฟ้าน้อย นิยมใช้กับ นาฬิกาตั้งโต๊ะ รีโมททีวี วิทยุขนาดเล็ก อื่นๆ อีกหนึ่งข้อเสียของถ่านชนิดนี้คือมักจะเสื่อมสภาพได้ง่ายระหว่างที่รอการจำหน่าย แต่ถ่านชนิดนี้จะมีราคาถูกที่สุด ถ่านไฟฉาย อัลคาไลน์ […]

โชว์ความสามารถในการทำงานยังไง ให้ดูไม่อวดเก่ง

โชว์ความสามารถในการทำงานยังไง ให้ดูไม่อวดเก่ง การเป็นคนกล้าแสดงออกและมีความมั่นใจในที่ทำงานเป็นเรื่องสำคัญ แต่การรู้วิธีที่จะเป็นคนตรงแต่ไม่แรง และเป็นคนมั่นใจแต่ไม่ก้าวร้าวหรือติดนิสัยชอบเจ้ากี้เจ้าการและออกคำสั่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า การที่คุณจะได้มาซึ่งความเคารพจากผู้ร่วมงานไม่ว่าจะมาจากเจ้านายหรือลูกน้อง คุณต้องเริ่มด้วยการแสดงความเคารพพวกเขาเหล่านั้นก่อนด้วย หากคุณไม่ได้รับความเคารพจากคนในที่ทำงานแล้ว คุณก็จะไม่สามารถเป็นหัวหน้าที่มีประสิทธิภาพในการปกครองลูกน้องได้ ดังนั้นจงมีความมั่นใจในตัวเองแต่เพียงพอดีและเหมาะสมโดยไม่กลายเป็นคนก้าวร้าวหยิ่งยโสหรือดูอวดเก่ง jobsDB มีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณโชว์ความสามารถในการทำงานได้อย่างมั่นใจ โดยไม่สร้างความรำคาญหรือสร้างปัญหาให้กับผู้ร่วมงานมาฝากกันค่ะ 1. อย่าอวดดี คุณควรกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำออกมาในที่ทำงาน แต่อย่าทำเป็นว่าคุณรู้ไปซะทุกเรื่อง แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนด้วยการยอมรับและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง คุณสามารถเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองได้โดยไม่ทำตัวอวดเก่ง หรืออวดดีว่าฉันเป็นกูรูที่รู้ไปหมดทุกเรื่อง 2. ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี คนที่ทำมากกว่าพูด มักได้รับความเชื่อถือมากกว่าคนที่พูดมากกว่าทำ การแสดงความคิดเห็นหรือมุมมองของคุณด้วยคำพูดเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการแสดงออกอย่างมั่นใจในที่ทำงาน แต่อย่าลืมลงมือทำให้เห็นเป็นแบบอย่างด้วย ในการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ คุณจำเป็นต้องลงมือทำควบคู่ไปกับการออกคำสั่ง ไม่อย่างนั้นแล้ว คุณก็จะถูกมองว่าเป็นคนที่ได้แต่พูด แต่จริง ๆ แล้วไม่รู้ว่าตัวเองกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ไม่มีความรู้ที่แท้จริงในเรื่องที่กำลังพูดถึงและไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ 3. แสดงความเป็นผู้นำให้มากขึ้น คำพูดที่ว่าการฝึกฝนตนเองอยู่เสมอจะทำให้คุณเป็นคนที่สมบูรณ์แบบขึ้นเป็นความจริง คุณควรคว้าโอกาสทุกโอกาสที่เข้ามาหรือหาโอกาสในการฝึกฝนทักษะความเป็นผู้นำของคุณอยู่เสมอ ด้วยการอาสาเข้ารับสมัครเป็นหัวหน้าโปรเจคท์หรือหัวหน้าทีมในการทำงานต่าง ๆ แม้ว่าการแบกรับความรับผิดชอบที่มากขึ้นอาจทำให้คุณกระอักกระอ่วนใจ แต่คนเราจะโตและมีความก้าวหน้าได้ก็ต่อเมื่อคุณอ้าแขนรับความท้าทายที่มีเข้ามาเท่านั้น นี่ถือเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้ถามความคิดเห็นและฟีดแบ็คจากเพื่อนร่วมทีมและหัวหน้าของคุณว่ายังมีอะไรที่คุณควรต้องปรับปรุงและพัฒนาในการทำงานได้อีกด้วย 4. เลือกใช้คำในการสื่อสารอย่างระมัดระวัง การเลือกใช้คำพูดที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างระมัดระวังในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคุณได้ เช่นเดียวกัน หากคุณใช้คำพูดที่ผิดไป อย่างไม่ระมัดระวังและไม่เหมาะสมในการมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา มันก็สามารถสะท้อนให้เห็นว่าคุณเป็นแค่คนวีนเหวี่ยงที่ต้องการจิกหัวใช้พวกเขาและพยายามที่จะดูเป็นคนตรง ๆ แรง ๆ แต่ไม่ถูกกาละเทศะในที่ทำงานได้เช่นกัน […]

5 สิ่งที่ทำให้การวางแผนการเงินล้มเหลวในทุกๆเดือน

5 สิ่งที่ทำให้การวางแผนการเงินล้มเหลวในทุกๆเดือน สวัสดีครับเพื่อนๆ กลับมาพบกับพี่หมีโกแบร์และสาระน่ารู้ดีๆเกี่ยวกับเรื่องการวางแผนการเงินกันอีกแล้วนะครับ ใครๆต่างก็รู้ว่าการที่เราจะสามารถวางแผนการเงินให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายของเราได้นั้น เราจะต้องมีวินัยทางการเงินและใช้จ่ายอย่างประหยัด หัวใจสำคัญของการวางแผนการเงินก็คือ การรู้ว่า เรามีงบประมาณเท่าไหร่ที่จะใช้จ่ายไปในแต่ละเดือน และมีวินัยกับงบตรงนั้น แต่อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่ก็รู้สึกว่ามันยากเหลือเกินที่จะรักษาวินัยแบบนี้ไว้ได้นานๆ แต่ถ้าเพื่อนๆสามารถแก้ไขนิสัยตรงนี้ได้ ก็จะทำให้เราสามารถจะวางแผนการเงินได้ดีขึ้นในทุกเดือน งั้นไปดูกันเลยดีกว่าว่า สิ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ล้มเหลวในการวางแผนการเงินทุกๆเดือนมีอะไรบ้าง     1) ซื้อของแบรนด์   ถ้าใครเป็นคนที่ติดแบรนด์ย่อมรู้ดีว่า เวลาซื้อของแต่ละที แม้ของสิ่งนั้นก็สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่เราก็ยังคงอดไม่ได้ที่อยากจะซื้อของที่มีแบรนด์ที่เราชอบโดยไม่จำเป็น จึงต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อของในราคาที่สูงกว่าที่จำเป็น ซึ่งกล้าหากใครกำลังวางแผนการเงินอยู่ ก็ควรงดเว้นการซื้อของแบรนด์ แต่ให้ซื้อสิ่งของนั้นๆตามคุณภาพและราคาที่เหมาะสมแทนครับ   2) สินค้าที่มีอายุสั้นและใช้ได้ครั้งเดียว สินค้าจำพวกนี้ทำให้เราสูญเสียเงินไปโดยใช่เหตุ เพราะสินค้าที่ใช้แล้วทิ้งครั้งเดียวหรือมีอายุการใช้งานสั้นทำให้เราต้องซื้อสินค้าเหล่านั้นบ่อยๆ และใช้จ่ายเงินออกไปโดยไม่จำเป็น เช่น การใช้แก้วกระดาษหรือถุงพลาสติก เป็นต้น   3) การซื้อของตุน ในบางครั้งเราก็คิดว่าการซื้อของตุนเผื่อไว้เยอะๆจะทำให้เราประหยัดเวลาไม่ต้องออกไปซื้อของบ่อยๆ เช่นอาหารและอุปกรณ์ต่างๆในบ้าน ไปจนถึงเสื้อผ้า แต่การที่เราจ่ายเงินไปกับสิ่งที่เรามีอยู่แล้วในบ้าน ก็ถือเป็นการฟุ่มเฟือยอย่างหนึ่งที่ทำให้เราล้มเหลวด้านการวางแผนการเงิน สิ่งนี้มักเกิดขึ้นกับคู่ข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งแต่งงานและย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน แต่ละคนก็ยังชินกับการที่ซื้อของให้ตัวเองโดยไม่ได้นึกถึงว่าของสิ่งนั้นๆสามารถใช้ร่วมกันกับคู่ของเราได้หรือไม่ ทำให้เกิดการซื้อของซ้ำและสิ้นเปลืองเงินในที่สุด วิธีแก้ไขเพื่อที่จะได้วางแผนการเงินได้อย่างถูกต้องก็คือ ให้เพื่อนๆรวบรวมเอาใบเสร็จของสิ่งของทุกอย่างที่เราซื้อมา ซึ่งรวมไปถึงบิลค่าน้ำค่าไฟ แล้วจดบันทึกลงไปใน excel หรือในตารางเพื่อที่เราจะได้จำได้ว่าเราซื้ออะไรมาแล้ว […]

อาการ “เสพติดโทรศัพท์มือถือ” ปัญหาใหญ่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล!

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าในยุคสังคมก้มหน้าขณะนี้ เทคโนโลยีการสื่อสารได้ตามติดตัวเราไปทุกที่ซึ่งทำให้เกิดความผูกพันถึงขั้นการติดโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์แท็บเลต หรืออุปกรณ์อื่นๆ นั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา ตั้งแต่ชั่วโมงการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ ไปจนถึงความวิตกกังวลและปัญหาซึมเศร้า www.istockphoto.com ผลการสำรวจหลายชิ้นทำให้พบว่า ตัวเลขของผู้ที่มีอาการติดเทคโนโลยีและตัดไม่ขาดจากอุปกรณ์มือถือนั้น มีอยู่ราว 1 – 6% และปัญหาดังกล่าวเริ่มเป็นที่สนใจของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Google และ Apple รวมทั้งฝรั่งเศสเองก็ได้ออกมาตรการห้ามส่งอีเมลหลังเลิกงาน และกำลังออกกฎหมายห้ามนักเรียนนักศึกษาใช้โทรศัพท์มือถือในพื้นที่ของโรงเรียนด้วย คุณ Tanya Goodin ผู้เขียนหนังสือชื่อ “Off: Your Digital Detox for a Better Life” กล่าวว่าขณะนี้เราได้เห็นสิ่งที่เรียกว่า digital babysitting คือการที่พ่อแม่ผู้ปกครองยอมให้บุตรหลานของตนใช้อุปกรณ์มือถือเร็วกว่าสมัยก่อนมาก อย่างไรก็ตาม เรื่องของการติดอุปกรณ์มือถืออย่างแยกไม่ออกนี้ จะกล่าวโทษเด็กวัยรุ่นหรือคนยุคเจนเนอเรชั่น Y ฝ่ายเดียวคงไม่ได้ เพราะผลการสำรวจของ Pew Research Center เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า ขณะที่ราวสองในสามของพ่อแม่ผู้ปกครอง บ่นว่า เวลาที่ลูกหลานของตนใช้หรือติดโทรศัพท์มือถือนั้นมีมากเกินไป แต่กว่าครึ่งของเด็กวัยรุ่นก็บอกเช่นกันว่า บ่อยครั้งที่พ่อแม่ดูจะสนใจให้เวลากับโทรศัพท์มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ตนอยากจะสนทนาหารือกับพ่อแม่เช่นกัน ขอขอบคุณ […]

1 2 3 4 5 43