การทำงานร่วมกับผู้อื่น

ในการทำงานเราไม่สามารถทำงานเพียงลำพังคนเดียวได้ ต้องมีการประสานงานกับบุคคลอื่นๆ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน ซึ่งการประสานงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ จะต้องเริ่มจากการสร้างสัมพันธ์ที่ดี ต้องรู้จักปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่น จึงจะช่วยให้สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี แต่ก็อาจมีบางคนที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ ซึ่งก็ส่งผลทำให้เกิดปัญหาในการทำงานตามมา และอาจส่งผลกระทบไปถึงคุณภาพของงานอีกด้วย ดังนั้นพฤติกรรมการทำงานร่วมกับผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรมี อาจจะด้วยการฝึกฝน ปรับทัศนคติ มุมมอง แนวคิด มองโลกในแง่บวก หรือด้านอื่นๆ เพื่อให้ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และเมื่อคุณได้รับความร่วมมือจากบุคคลอื่นๆ ก็ส่งผลทำให้คุณมีความสุข สนุกกับงานที่ทำ และอาจส่งผลไปยังหน้าที่การงานของคุณได้อีกด้วย ในการพัฒนาทักษะ หรือความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นนั้น ก็มีแนวทางปฏิบัติง่ายๆ ตามหลักของ P-S-Y-C-H-O ดังนี้   P = Positive Thinking….คิดแต่ทางบวก สร้างโลกสวยงาม ทัศนคติ มุมมอง หรือความคิด เป็นสิ่งสำคัญ เพราะถ้าคุณมีทัศนคติ มุมมองความคิดที่ดีแล้วนั้นก็ย่อมส่งผลทำให้คุณมีพฤติกรรมที่ดีตามด้วยเช่นกัน แต่หากคุณมีทัศนคติในเชิงลบ คุณก็จะมีพฤติกรรมที่ไม่อยากให้ความร่วมมือใดๆ นินทาว่าร้าย ก้าวร้าว หรือพฤติกรรมอื่นๆ ซึ่งต่างๆเหล่านี้ก็จะส่งผลทำให้คุณไม่มีความสุขกับการทำงาน ดังนั้นเพื่อให้เราสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข คุณก็ต้องปรับทัศนคติมุมมองความคิดของตัวคุณเองให้กว้าง มองโลกในทางบวกไว้เสมอ   S = Smile…ยิ้มแย้มแจ่มใส สร้างความประทับใจ การมอบรอยยิ้ม เป็นการสร้างความคุ้นเคย และความประทับให้กับผู้อื่น […]

4 วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน

4 วิธีสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ไม่ว่าจะเก่งกาจมากความสามารถมาจากไหน เมื่ออยู่ในองค์กรแล้วก็ไม่มีใครทำงานคนเดียวได้ การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ เอาไว้ ก็เลยกลายเป็นเรื่องที่ต้องทำ เพราะมันจะส่งผลต่อความสำเร็จในการทำงานได้อย่างมาก เราคงไม่อยากจะให้งานพัง เหมือนความสัมพันธ์ของเรากับเพื่อนร่วมงานหรอกใช่ไหม?   JobThai จะพาไปดูกันว่าวิธีสร้างความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานที่ทำได้ง่าย ๆ มีอะไรบ้าง     อย่าเป็นฝ่ายพูดอยู่คนเดียว ให้รับฟังคนอื่นบ้าง เพื่อให้รู้จักและเข้าใจพวกเขามากขึ้น รวมทั้งแสดงออกว่ากำลังตั้งใจฟังขณะที่คู่สนทนากำลังพูด และอย่าขัดจังหวะเวลาที่คนอื่นพูดถ้าไม่จำเป็น รักษาน้ำใจและให้เกียรติเพื่อนร่วมงาน อย่าแสดงอาการไม่สนใจ ถึงเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องที่ไม่สนใจก็ตาม และก่อนที่จะพูดอะไรออกไป อย่าลืมคิดให้ดีก่อน เมื่อมีเรื่องราวดี ๆ ที่น่าจะมีประโยชน์ก็อย่างลืมแบ่งปันให้เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ด้วย เพราะข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็อาจสร้างโอกาสอะไรดี ๆ ให้พวกเขาได้ อย่าคิดว่าความคิดของตัวเองถูกต้องเสมอ และเมื่อเพื่อนร่วมงานทำอะไรดี ๆ ก็อย่าลืมที่จะชื่นชมเขาอย่างจริงใจด้วย เวลาทำอะไรผิดพลาด ให้กล้าที่จะพูดคุยกับเพื่อนร่วมงาน แต่อย่าพูดถึงความผิดพลาดของคนอื่นลับหลัง   “คิดก่อนพูด” ประโยคคลาสสิกที่ใช้ได้ในทุกสถานการณ์ คำพูดเพียงคำเดียวส่งผลกระทบได้กับทั้งตัวเราเองและเพื่อนร่วมงาน ก่อนที่จะพูดอะไรออกไปทุกครั้ง ลองคิดดูให้ดีก่อนว่าเรื่องที่เราจะพูดมันจะส่งผลดีหรือผลเสียอะไร ต่อใครบ้างไหม   นอกจากนั้นเลือกวิธีการพูดและภาษาที่ใช้ให้เหมาะสม […]

9 วิธีออมเงินง่ายๆ สไตล์มนุษย์เงินเดือน

9 วิธีออมเงินง่ายๆ สไตล์มนุษย์เงินเดือน เมื่อเริ่มทำงานมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง ในช่วงปีแรกๆ ชาวออฟฟิศหลายคนอาจเพลิดเพลินกับการใช้เงินจนมองข้ามการเก็บออมเงินไปเสียสนิท มาเริ่มรู้ตัวอีกทีนอกจากจะมียอดหนี้ค้างในบัตรเครดิตแล้ว ยังไม่มีเงินออมสำรองไว้ใช้ในกรณีหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในชีวิตอีกด้วย เคยพยายามเริ่มต้นด้วยการทำบัญชีรายรับรายจ่าย แต่ทำได้ไม่นานเท่าไหร่ความขี้เกียจก็ครอบงำ แถมเงินออมก็ไม่เห็นจะเพิ่มขึ้นซะทีจนท้อใจ ซึ่งความจริงแล้วการออมเงินนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้เทคนิคและตั้งใจจริง วันนี้เราจึงมี 9 วิธีออมเงินง่ายๆ ที่จะช่วยให้มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายได้มีเงินออมในบัญชี ตามไปดูกันเลยค่ะ ออมเงินโดยเก็บแบงค์ 50 นอกจากจะมีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาทแล้ว จะออมเงินสมัยนี้ต้องไม่พลาดเทรนด์การออมเงินยอดนิยมอย่างการเก็บแบงค์ 50 ที่เมื่อได้รับมาแล้วให้แยกใส่กล่องหรือหยอดกระปุกไว้ ห้ามนำมาใช้จ่ายเด็ดขาด เป็นวิธีการออมเงินแบบง่ายๆ ที่หลายคนบอกว่าครบเดือนแล้วได้เงินออมหลักพันอยู่เหมือนกันนะคะ ออมเงินโดยการสร้างกระเป๋าตังค์จำลอง ใครที่ชอบใช้จ่ายเงินแบบมือเติบ ต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีการออมเงินด้วยกระเป๋าตังค์จำลองค่ะ เงินเดือนเข้าปุ้บ กดออกมาแล้วแบ่งค่าใช้จ่ายในเดือนนั้นๆ ออกเป็นส่วนๆ ใส่ถุงซิปล็อคแยกไว้ เช่น หากเราใช้จ่ายเงินวันละ 200 บาท ก็แบ่งออกมาเป็น 200 บาท 30-31 ถุงตามแต่ละเดือน และพกไปใช้ในแต่ละวัน หมดคือจบ แต่ถ้าเหลือก็นำมาเป็นเงินเก็บได้อีกส่วน เลิกกินกาแฟแพงเว่อร์…ก็ออมเงินได้แล้ว ข้อนี้อาจจะตรงกับไลฟ์สไตล์บางคนเท่านั้น หากอยากออมเงินจริงจัง คงต้องบอกลากาแฟแก้วละร้อยกว่าบาทที่ซื้อกินทุกวันกันซะที ลองคิดง่ายๆ แค่งดกาแฟราคาแพง 2 อาทิตย์ คุณก็จะออมเงินได้มากขึ้นเป็นหลักพันแล้ว เปลี่ยนไปชิมกาแฟร้านธรรมดาที่เน้นคุณภาพมากกว่าภาพลักษณ์บ้างก็ได้ รสชาติอร่อยไม่แพ้กันในราคาที่ถูกกว่าเกินครึ่งหรือจะเปลี่ยนไปกินกาแฟฟรี สวัสดิการดีๆ […]

เรื่องของ ถ่าน ที่คนอยากเอาถ่านต้องอ่าน!

เรื่องของ ถ่าน ที่คนอยากเอาถ่านต้องอ่าน! เชื่อว่าหลายๆคนคงต้องเคยเจอกับสถานการณ์ งง! มึน! สับสน! เวลาที่ต้องไปเลือกซื้อ แบตเตอรี่ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า “ถ่านไฟฉาย” อย่างแน่นอน เพราะในเชลล์ที่วางขายถ่านนั้น เต็มไปด้วยถ่านหลากหลายชนิด หลากหลายยี่ห้อ เยอะจนไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อถ่านแบบไหนดี วันนี้ออฟฟิศเมทเลยมีเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ ถ่าน หรือ “ถ่านไฟฉาย” มาฝากกันค่ะ แบตเตอรี่ หรือ ถ่านไฟฉาย มีกี่แบบ ปัจจุบัน ถ่านไฟฉายที่เราใช้งานกันจำแนกตามความสามารถในการนำกลับมาใช้ใหม่ได้เป็นสองประเภทหลักๆ ถ่านแบบชาร์จไม่ได้ ถ่านแบบชาร์จไม่ได้เป็นถ่านแบบใช้แล้วทิ้ง มี 2 ประเภท ได้แก่ ถ่านไฟฉายทั่วไป (คาร์บอน-สังกะสี) ถ่านชนิดนี้ใช้กันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2443 กระแสไฟฟ้าที่ได้จากถ่านชนิดนี้เกิดจากการทำปฏิกิริยาเคมีของสังกะสีซึ่งเป็นขั้วลบ กับ แมงกานีสไดออกไซด์ผสมกับวัสดุอื่นๆ (เช่น เกลือแอมโมเนีย) ซึ่งเป็นขั้วบวก เป็นถ่านไฟฉายที่มีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้น และให้กระแสไฟฟ้าน้อย นิยมใช้กับ นาฬิกาตั้งโต๊ะ รีโมททีวี วิทยุขนาดเล็ก อื่นๆ อีกหนึ่งข้อเสียของถ่านชนิดนี้คือมักจะเสื่อมสภาพได้ง่ายระหว่างที่รอการจำหน่าย แต่ถ่านชนิดนี้จะมีราคาถูกที่สุด ถ่านไฟฉาย อัลคาไลน์ […]

โชว์ความสามารถในการทำงานยังไง ให้ดูไม่อวดเก่ง

โชว์ความสามารถในการทำงานยังไง ให้ดูไม่อวดเก่ง การเป็นคนกล้าแสดงออกและมีความมั่นใจในที่ทำงานเป็นเรื่องสำคัญ แต่การรู้วิธีที่จะเป็นคนตรงแต่ไม่แรง และเป็นคนมั่นใจแต่ไม่ก้าวร้าวหรือติดนิสัยชอบเจ้ากี้เจ้าการและออกคำสั่งเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า การที่คุณจะได้มาซึ่งความเคารพจากผู้ร่วมงานไม่ว่าจะมาจากเจ้านายหรือลูกน้อง คุณต้องเริ่มด้วยการแสดงความเคารพพวกเขาเหล่านั้นก่อนด้วย หากคุณไม่ได้รับความเคารพจากคนในที่ทำงานแล้ว คุณก็จะไม่สามารถเป็นหัวหน้าที่มีประสิทธิภาพในการปกครองลูกน้องได้ ดังนั้นจงมีความมั่นใจในตัวเองแต่เพียงพอดีและเหมาะสมโดยไม่กลายเป็นคนก้าวร้าวหยิ่งยโสหรือดูอวดเก่ง jobsDB มีเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณโชว์ความสามารถในการทำงานได้อย่างมั่นใจ โดยไม่สร้างความรำคาญหรือสร้างปัญหาให้กับผู้ร่วมงานมาฝากกันค่ะ 1. อย่าอวดดี คุณควรกล้าที่จะแสดงความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำออกมาในที่ทำงาน แต่อย่าทำเป็นว่าคุณรู้ไปซะทุกเรื่อง แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตนด้วยการยอมรับและรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้าง คุณสามารถเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองได้โดยไม่ทำตัวอวดเก่ง หรืออวดดีว่าฉันเป็นกูรูที่รู้ไปหมดทุกเรื่อง 2. ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี คนที่ทำมากกว่าพูด มักได้รับความเชื่อถือมากกว่าคนที่พูดมากกว่าทำ การแสดงความคิดเห็นหรือมุมมองของคุณด้วยคำพูดเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญในการแสดงออกอย่างมั่นใจในที่ทำงาน แต่อย่าลืมลงมือทำให้เห็นเป็นแบบอย่างด้วย ในการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ คุณจำเป็นต้องลงมือทำควบคู่ไปกับการออกคำสั่ง ไม่อย่างนั้นแล้ว คุณก็จะถูกมองว่าเป็นคนที่ได้แต่พูด แต่จริง ๆ แล้วไม่รู้ว่าตัวเองกำลังพูดถึงเรื่องอะไร ไม่มีความรู้ที่แท้จริงในเรื่องที่กำลังพูดถึงและไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ 3. แสดงความเป็นผู้นำให้มากขึ้น คำพูดที่ว่าการฝึกฝนตนเองอยู่เสมอจะทำให้คุณเป็นคนที่สมบูรณ์แบบขึ้นเป็นความจริง คุณควรคว้าโอกาสทุกโอกาสที่เข้ามาหรือหาโอกาสในการฝึกฝนทักษะความเป็นผู้นำของคุณอยู่เสมอ ด้วยการอาสาเข้ารับสมัครเป็นหัวหน้าโปรเจคท์หรือหัวหน้าทีมในการทำงานต่าง ๆ แม้ว่าการแบกรับความรับผิดชอบที่มากขึ้นอาจทำให้คุณกระอักกระอ่วนใจ แต่คนเราจะโตและมีความก้าวหน้าได้ก็ต่อเมื่อคุณอ้าแขนรับความท้าทายที่มีเข้ามาเท่านั้น นี่ถือเป็นโอกาสอันดีที่คุณจะได้ถามความคิดเห็นและฟีดแบ็คจากเพื่อนร่วมทีมและหัวหน้าของคุณว่ายังมีอะไรที่คุณควรต้องปรับปรุงและพัฒนาในการทำงานได้อีกด้วย 4. เลือกใช้คำในการสื่อสารอย่างระมัดระวัง การเลือกใช้คำพูดที่ถูกต้องเหมาะสมอย่างระมัดระวังในการสื่อสารกับเพื่อนร่วมงานจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับคุณได้ เช่นเดียวกัน หากคุณใช้คำพูดที่ผิดไป อย่างไม่ระมัดระวังและไม่เหมาะสมในการมีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา มันก็สามารถสะท้อนให้เห็นว่าคุณเป็นแค่คนวีนเหวี่ยงที่ต้องการจิกหัวใช้พวกเขาและพยายามที่จะดูเป็นคนตรง ๆ แรง ๆ แต่ไม่ถูกกาละเทศะในที่ทำงานได้เช่นกัน […]

5 สิ่งที่ทำให้การวางแผนการเงินล้มเหลวในทุกๆเดือน

5 สิ่งที่ทำให้การวางแผนการเงินล้มเหลวในทุกๆเดือน สวัสดีครับเพื่อนๆ กลับมาพบกับพี่หมีโกแบร์และสาระน่ารู้ดีๆเกี่ยวกับเรื่องการวางแผนการเงินกันอีกแล้วนะครับ ใครๆต่างก็รู้ว่าการที่เราจะสามารถวางแผนการเงินให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายของเราได้นั้น เราจะต้องมีวินัยทางการเงินและใช้จ่ายอย่างประหยัด หัวใจสำคัญของการวางแผนการเงินก็คือ การรู้ว่า เรามีงบประมาณเท่าไหร่ที่จะใช้จ่ายไปในแต่ละเดือน และมีวินัยกับงบตรงนั้น แต่อย่างไรก็ดี คนส่วนใหญ่ก็รู้สึกว่ามันยากเหลือเกินที่จะรักษาวินัยแบบนี้ไว้ได้นานๆ แต่ถ้าเพื่อนๆสามารถแก้ไขนิสัยตรงนี้ได้ ก็จะทำให้เราสามารถจะวางแผนการเงินได้ดีขึ้นในทุกเดือน งั้นไปดูกันเลยดีกว่าว่า สิ่งที่ทำให้คนส่วนใหญ่ล้มเหลวในการวางแผนการเงินทุกๆเดือนมีอะไรบ้าง     1) ซื้อของแบรนด์   ถ้าใครเป็นคนที่ติดแบรนด์ย่อมรู้ดีว่า เวลาซื้อของแต่ละที แม้ของสิ่งนั้นก็สามารถหาซื้อได้ทั่วไป แต่เราก็ยังคงอดไม่ได้ที่อยากจะซื้อของที่มีแบรนด์ที่เราชอบโดยไม่จำเป็น จึงต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อของในราคาที่สูงกว่าที่จำเป็น ซึ่งกล้าหากใครกำลังวางแผนการเงินอยู่ ก็ควรงดเว้นการซื้อของแบรนด์ แต่ให้ซื้อสิ่งของนั้นๆตามคุณภาพและราคาที่เหมาะสมแทนครับ   2) สินค้าที่มีอายุสั้นและใช้ได้ครั้งเดียว สินค้าจำพวกนี้ทำให้เราสูญเสียเงินไปโดยใช่เหตุ เพราะสินค้าที่ใช้แล้วทิ้งครั้งเดียวหรือมีอายุการใช้งานสั้นทำให้เราต้องซื้อสินค้าเหล่านั้นบ่อยๆ และใช้จ่ายเงินออกไปโดยไม่จำเป็น เช่น การใช้แก้วกระดาษหรือถุงพลาสติก เป็นต้น   3) การซื้อของตุน ในบางครั้งเราก็คิดว่าการซื้อของตุนเผื่อไว้เยอะๆจะทำให้เราประหยัดเวลาไม่ต้องออกไปซื้อของบ่อยๆ เช่นอาหารและอุปกรณ์ต่างๆในบ้าน ไปจนถึงเสื้อผ้า แต่การที่เราจ่ายเงินไปกับสิ่งที่เรามีอยู่แล้วในบ้าน ก็ถือเป็นการฟุ่มเฟือยอย่างหนึ่งที่ทำให้เราล้มเหลวด้านการวางแผนการเงิน สิ่งนี้มักเกิดขึ้นกับคู่ข้าวใหม่ปลามันที่เพิ่งแต่งงานและย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน แต่ละคนก็ยังชินกับการที่ซื้อของให้ตัวเองโดยไม่ได้นึกถึงว่าของสิ่งนั้นๆสามารถใช้ร่วมกันกับคู่ของเราได้หรือไม่ ทำให้เกิดการซื้อของซ้ำและสิ้นเปลืองเงินในที่สุด วิธีแก้ไขเพื่อที่จะได้วางแผนการเงินได้อย่างถูกต้องก็คือ ให้เพื่อนๆรวบรวมเอาใบเสร็จของสิ่งของทุกอย่างที่เราซื้อมา ซึ่งรวมไปถึงบิลค่าน้ำค่าไฟ แล้วจดบันทึกลงไปใน excel หรือในตารางเพื่อที่เราจะได้จำได้ว่าเราซื้ออะไรมาแล้ว […]

อาการ “เสพติดโทรศัพท์มือถือ” ปัญหาใหญ่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล!

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าในยุคสังคมก้มหน้าขณะนี้ เทคโนโลยีการสื่อสารได้ตามติดตัวเราไปทุกที่ซึ่งทำให้เกิดความผูกพันถึงขั้นการติดโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์แท็บเลต หรืออุปกรณ์อื่นๆ นั้น ส่งผลเสียต่อสุขภาพของเรา ตั้งแต่ชั่วโมงการนอนหลับที่ไม่เพียงพอ ไปจนถึงความวิตกกังวลและปัญหาซึมเศร้า www.istockphoto.com ผลการสำรวจหลายชิ้นทำให้พบว่า ตัวเลขของผู้ที่มีอาการติดเทคโนโลยีและตัดไม่ขาดจากอุปกรณ์มือถือนั้น มีอยู่ราว 1 – 6% และปัญหาดังกล่าวเริ่มเป็นที่สนใจของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Google และ Apple รวมทั้งฝรั่งเศสเองก็ได้ออกมาตรการห้ามส่งอีเมลหลังเลิกงาน และกำลังออกกฎหมายห้ามนักเรียนนักศึกษาใช้โทรศัพท์มือถือในพื้นที่ของโรงเรียนด้วย คุณ Tanya Goodin ผู้เขียนหนังสือชื่อ “Off: Your Digital Detox for a Better Life” กล่าวว่าขณะนี้เราได้เห็นสิ่งที่เรียกว่า digital babysitting คือการที่พ่อแม่ผู้ปกครองยอมให้บุตรหลานของตนใช้อุปกรณ์มือถือเร็วกว่าสมัยก่อนมาก อย่างไรก็ตาม เรื่องของการติดอุปกรณ์มือถืออย่างแยกไม่ออกนี้ จะกล่าวโทษเด็กวัยรุ่นหรือคนยุคเจนเนอเรชั่น Y ฝ่ายเดียวคงไม่ได้ เพราะผลการสำรวจของ Pew Research Center เมื่อไม่นานมานี้ ระบุว่า ขณะที่ราวสองในสามของพ่อแม่ผู้ปกครอง บ่นว่า เวลาที่ลูกหลานของตนใช้หรือติดโทรศัพท์มือถือนั้นมีมากเกินไป แต่กว่าครึ่งของเด็กวัยรุ่นก็บอกเช่นกันว่า บ่อยครั้งที่พ่อแม่ดูจะสนใจให้เวลากับโทรศัพท์มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ตนอยากจะสนทนาหารือกับพ่อแม่เช่นกัน ขอขอบคุณ […]

อยากเป็นมืออาชีพไหม ?? 10 วิธีทำงานอย่างมืออาชีพ

อยากเป็นมืออาชีพไหม ?? 10 วิธีทำงานอย่างมืออาชีพ เชื่อว่าทุกคนคงอยากเป็นมืออาชีพในการทำงาน ไม่ว่าจะเพื่อนร่วมงาน เจ้านายของคุณก็ต้องการร่วมมือกับมืออาชีพทั้งนั้น รวมถึงคุณเองที่ควรจะเป็นมืออาชีพในการทำงานด้วย มาดูกันว่า 10 วิธีทำงานอย่างมืออาชีพ มีอะไรบ้าง 10 วิธีทำงานอย่างมืออาชีพ 1.ทำงานให้ทันเวลา ไม่ว่าคุณจะทำงาน หรือร่วมประชุมบ่อยๆ แต่สิ่งทำให้คุณเป็นมืออาชีพนั้นคือการทำงานให้ทันเวลานั่นเอง 2. จงสุภาพเข้าไว้ ไม่ว่าคุณจะติดต่อสื่อสารกับใครคุณควรจะทำด้วยความสุภาพ ไม่ว่าคุณจะกำลังโกรธหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงาน แต่การที่คุณพูดกับพวกเขาหรือแสดงอาการที่สุภาพ แสดงถึงการที่คุณมีวุฒิภาวะทางด้านอารมณ์ที่มากอีกด้วย 3. ไม่นินทา มันอาจจะทำยาก ถ้าหากคุณเป็นผู้หญิงซึ่งเหมือนจะเป็นธรรมชาติของเราที่สร้างมาให้ ในการชอบพูดคุยเรื่องของตัวเอง และคนอื่น แต่การที่คุณนินทาคนหนึ่งคน ต่อหน้าคนอีกหนึ่ง เป็นการประจานตัวเองต่อหน้าเพื่อนร่วมงานคนอื่น ที่รับฟังอยู่อีกด้วย 4. ยอมรับคำวิจารณ์ หากคุณเป็นคนที่ยอมรับคำวิจารณ์ได้แล้วล่ะก็ คุณจะสามารถนำมันมาต่อยอดต่องานที่ทำได้ คุณต้องประเมิณว่าการวิจารณ์นั้นเป็นกลางหรือไม่ หากใช่ให้นำกลับมาทำต่อ 5. ทำให้มากขึ้น หากคุณคิดว่าการทำงานนั้น คุณควรจะทำแค่งานของคุณแล้วล่ะก็ คุณคิดผิด การที่คุณทำงานเล็กๆ น้อยๆ นั้น ช่วยให้คุณได้อะไรมากขึ้นกว่าเดิมด้วย 6. แต่งตัวให้ดูเหมาะสม การแต่งกายเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน ถ้าคุณทำงานเกี่ยวกับการติดต่อกับบุคคล หรือต้องใช้ความน่าเชื่อถือเป็นหลัก นอกจากจะทำให้คุณดูเป็นคนรู้จักกาละเทศะแล้ว ยังเสริมสร้างบุคลิกภาพอีกด้วย 7. คุณต้องแยกชีวิตการทำงานออกจากชีวิตส่วนตัว อย่าใช้ของส่วนตัวกับงานของคุณ ถ้าเลี่ยงได้ให้เลี่ยง เพราะว่ามันจะทำให้คุณถูกรุกล้ำความเป็นส่วนตัว […]

คุณสมบัติที่ HR มือใหม่ควรมีเพื่อให้เป็นที่รักของคนในองค์กร

คุณสมบัติที่ HR มือใหม่ควรมีเพื่อให้เป็นที่รักของคนในองค์กร ถึง HR จะไม่ใช่แผนกที่สร้างรายได้ให้องค์กรเป็นตัวเงิน แต่ก็เป็นฝ่ายที่คอยสนับสนุนพนักงาน ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้องค์กรเติบโต และยังเป็นคนที่กำหนดทิศทางการพัฒนาพนักงานในองค์กรและสรรหาคนเข้ามาเติมเต็มองค์กรให้สมบูรณ์ขึ้นด้วย   แต่ถ้าคุณเป็น HR มือใหม่ ที่ยังเก้ ๆ กัง ๆ และไม่รู้จะต้องทำตัวยังไงให้คนอื่น ๆ ไว้ใจในฐานะ HR คนหนึ่งที่ช่วยเหลือและให้คำปรึกษากับพวกเขาได้ JobThai มีแนวทางดี ๆ มาให้ลองเอาไปปรับใช้กันดู     ต้องทำตัวให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย เปิดกว้างกับทุกคน รวมถึงมีความซื่อสัตย์และน่าเชื่อถือ มีความช่างสังเกต และเอาใจใส่กับพนักงาน มองเห็นผลประโยชน์ของตัวพนักงานเป็นหลัก มีความสามารถในการสื่อสารที่ดีมาก     เข้าถึงง่าย ทำงานได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานน้องใหม่หรือผู้บริหารระดับสูง ก็ต้องเกี่ยวข้องกับ HR กันทั้งนั้น คนเป็น HR ที่ดีจึงจะต้องทำงานได้กับพนักงานทุกตำแหน่ง ทุกระดับ ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ถึงจะเป็นคนที่เราไม่เคยรู้จัก แต่เราก็ต้องพยายามเข้าหาคนกลุ่มนั้น และช่วยเหลือพวกเขาเวลามีปัญหาให้ได้มากที่สุด   ซื่อสัตย์ จริงใจ เป็นที่ไว้ใจของคนอื่น ๆ ใคร […]

การตรวจหาลายนิ้วมืออย่างง่ายโดยใช้น้ำยาบ้วนปาก

การตรวจหาลายนิ้วมืออย่างง่ายโดยใช้น้ำยาบ้วนปาก สำนวน “จับมือใครดม” เป็นสำนวนไทยที่ไว้สำหรับเปรียบเปรยเชิงประชดประชัด ประมาณว่าของหายหาคนขโมยไม่ได้ แต่จริง ๆ เราจะรู้ว่าใครเอาของเราไปไม่ใช่มาจับมือดมแล้วจะรู้ น่าจะหมายถึง เวลาเราทำกับข้าวแล้วมีคนแอบมาหยิบกินไปก่อน พอจับมือดมก็รู้เลยว่ามือมีกลิ่นกับข้าวอะไร ถูกเอาไปชิมก่อน คราวนี้พอมาถึงว่าถ้าของเราหายเราจะทำยังไง….. ภาพที่ 1 การตรวจหาลายนิ้วมือ ที่มา https://pixabay.com , OpenClipart-Vectors ในสถานที่เกิดเหตุนักนิติวิทยาศาสตร์จะมีเครื่องมือเพื่อตรวจสอบหาลายนิ้วมือในสถานที่เกิดเหตุว่าใครเป็นคนมีส่วนอยู่ในสถานที่เกิดเหตุบ้าง ตอนนี้หลายคนที่เป็นแฟนการ์ตูนโคนัน จะต้องนึกถึงนักสืบตัวจิ๋วที่ใส่แว่นตาใหญ่ ๆ มีแว่นขยาย มีนาฬิกาคอยยิงยาสลบ เป็นแน่ การตรวจหาลายนิ้วมือในสถานที่เกิดเหตุจะใช้น้ำยาที่มีความเฉพาะและที่สำคัญต้องเรืองแสงได้ด้วย เราจะพบว่านักนิติวิทยาศาสตร์จะใช้ AgNO3 (ซิลเวอร์ไนเตรต) ซึ่งเป็นสารประกอบของเงิน และมีความสามารถในการเรืองแสงยูวี แล้วหลังจากนั้นก็จะใช้ผงถ่านปัดเบาๆ บริเวณที่เกิดรอยนิ้วมือ ปิดด้วยสก็อตเทปแล้วค่อย ๆ แกะลายนิ้วมือมาติดลงบนกระดาษเพื่อเป็นหลักฐานต่อไป ดูเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่จริง ๆ แล้วไม่ง่าย ในบทความนี้เราจะมาลองศึกษาการเกิดลายนิ้วมือและมาลองหาลายนิ้วมือกันดูบ้างว่าทำอย่างไร ลายนิ้วมือเกิดจากอะไร ผิวหนังบริเวณฝ่ามือฝ่าเท้าของเราจะมีลักษณะพิเศษคือ นอกจากจะมีความหนามากกว่าส่วนอื่นแล้ว ก็ยังมีส่วนที่เป็นสัน (Ridge) และส่วนที่เป็นร่อง (Furrow) ซึ่งจะประกอบขึ้นเป็นลวดลายที่ไม่ซ้ำกันเลย ไม่ว่าจะเป็นลายที่บริเวณปลายนิ้ว ฝ่ามือและฝ่าเท้า สันและร่องเหล่านี้จะก่อให้เกิดความฝืด ทำให้เราหยิบจับของได้สะดวกขึ้นประวัติของลายนิ้วมือ คนเรารู้จักใช้ลายนิ้วมือให้เป็นประโยชน์กันมานานแล้ว […]

1 2 3 4 5 29