พัฒนาทีมงาน อย่างชาญฉลาด

  พัฒนาทีมงาน อย่างชาญฉลาด โลกแห่งการทำงานในปัจจุบัน คงไม่มีใครปฏิเสธการทำงานแบบ “เป็นทีม” เพราะการทำงานแบบนี้ จะนำเอาทักษะการทำงานของแต่ละบุคคลที่แตกต่างกัน มาเสริมซึ่งกันและกัน ดังนั้น ทีมงาน จึงหมายถึง กลุ่มของผู้ซึ่งทำงานร่วมกันรับผลกระทบของงานที่ทำร่วมกัน มีวัตถุประสงค์ร่วมกัน และพึ่งพากันในการทำงาน ทีมงานจะประสบความสำเร็จได้ ต้องขึ้นอยู่กับการวางรากฐาน หรือการสร้างทีมนั่นเอง บวกกับการใช้เทคนิคบางประการ เพื่อพัฒนาทีมงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เริ่มวางรากฐาน  บ้านที่มั่นคงแข็งแรงเป็นเพราะการลงเสาที่ดี และทีมงานที่แข็งแกร่งนั้น ก็ขึ้นกับการวางรากฐานเช่นกัน แล้วการปูรากฐานเพื่อสร้างทีมงานที่ดีควรทำอย่างไร? 1. การวางแผนทีมงาน การวางแผนทีมงานที่ดีจะต้องกำหนดจุดมุ่งหมาย และแนวทางสู่จุดมุ่งหมายนั้นๆ โดยหาคำตอบให้กับตัวเองว่า เราต้องการอะไร ต้องการมากน้อยเพียงใด ต้องการเมื่อใด จะได้มาอย่างไร และใครเป็นผู้ดำเนินการ ดังนั้น การวางแผนที่ดีจึงต้องศึกษาถึงสภาพการณ์ภายในองค์กร อันได้แก่ โครงสร้างองค์กร ปริมาณและคุณภาพของบุคลากร กระบวนการทำงาน ฯลฯ รวมถึงสภาพภายนอกองค์กร เช่น เหตุการณ์บ้านเมือง เศรษฐกิจ สภาพสังคม การพัฒนาเทคโนโลยี เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ จะเป็นแนวทางให้ผู้บริหารสามารถกำหนดกลยุทธ์การทำงานของทีมงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 2. การจัดโครงสร้างของทีมงาน โดยระบุกิจกรรมที่จำเป็นต่อการดำเนินการตามวัตถุ ประสงค์ที่ตั้งไว้ กำหนดขอบเขตหน้าที่ความรับผิดชอบของงาน รวมถึงการแบ่งหน้าที่ […]

ผู้นำยุคใหม่สร้างความเชื่อใจได้อย่างไร

ผู้นำยุคใหม่สร้างความเชื่อใจได้อย่างไร การรับฟัง : เมื่อคราว Jim Dougherty ได้มาเป็นผู้บริหารระดับสูงของ Intralinks ซึ่งขณะนั้น องค์กรมีการสูญเสียเงินในอัตราที่รวดเร็ว และไม่แน่ใจว่าจะอยู่รอดต่อไปหรือไม่ แต่เมื่อถึงสิ้นปีแรกของการทำงาน องค์กรมีรายได้เพิ่มขึ้น 600% และประสบความสำเร็จในการลงทุนใหม่ๆ นั่นเป็นเพราะเขาใช้เวลาในวันแรกของการทำงานรับฟังเสียงของลูกค้าผ่านศูนย์รับฟังลูกค้า เขาให้ความสำคัญกับการใช้เวลาในการพบกับพนักงานและการรับฟังลูกค้า และเขาใช้เวลาครึ่งหนึ่งในช่วงสัปดาห์แรกๆ ของการทำงาน เพื่อพบปะผู้คน รับฟัง และจดบันทึก เขาถามพนักงานว่าจะทำอย่างไร หากได้เป็นผู้นำระดับสูง รวมทั้งเขาถามถึงอุปสรรคสำคัญ และโอกาสที่สำคัญที่องค์กรมี การที่ผู้นำใหม่แสดงให้เห็นว่า มีความใส่ใจในความคิดเห็นของพนักงาน นั่นคือการให้คุณค่าต่อพวกเขา และต้องการที่จะได้รับฟังข้อเท็จจริง อภิปรายค่านิยม ไม่ใช่วิสัยทัศน์ : ในขณะที่ท่านพบกับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ ควรแบ่งปันค่านิยม ทำให้เห็นว่าพวกเขาเกี่ยวข้องกับค่านิยมอย่างไร ทำให้มันชัดเจนว่าท่านเป็นผู้ที่ต้องการขับเคลื่อนค่านิยมด้วยการแบ่งปันวิธีปฏิบัติที่ผ่านมาที่ส่งผลต่อค่านิยม บอกเล่าเรื่องราว และประวัติศาสตร์ : ทำตัวให้เป็นแบบคนธรรมดาสำหรับเพื่อนร่วมงานใหม่ บอกพวกเขาเกี่ยวกับตัวท่าน และการทำงานก่อนหน้าของท่าน บอกพวกเขาเกี่ยวกับความท้าทายที่ท่านเผชิญอยู่ บอกพวกเขาเกี่ยวกับความสำเร็จของทีมที่สำคัญ สิ่งเหล่านี้ จะช่วยกระตุ้นให้พวกเขาแลกเปลี่ยนแบ่งปันความจริงกับท่าน และเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสามารถของท่าน ความเชื่อมั่นในความสามารถของการเป็นผู้นำของท่าน จะช่วยสร้างความเชื่อใจต่อท่านได้เป็นอย่างดี ให้ข้อมูลป้อนกลับ : สังเคราะห์สารสนเทศที่ท่านได้รับจากการฟัง และแบ่งปันวิธีการที่ท่านได้มาและจะใช้ในการกำหนดวิสัยทัศน์ขององค์กรอย่างไร […]

วิจารณ์อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด

วิจารณ์อย่างไรให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด 1. ทำให้มั่นใจว่าคำวิจารณ์ของคุณไม่มีเรื่องอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องที่ค่อนข้างส่งผลกระทบต่ออารมณ์ฝ่ายตรงข้าม หากคุณยิ่งใส่อารมณ์หรือจี้จุดลงไปอีก มีแต่เสียกับเสียครับ ผลลัพธ์ไม่เกิด ความเปลี่ยนแปลงไม่มี แถมความสัมพันธ์ก็ยังแย่ลงอีก เพราะฉะนั้นทำให้มั่นใจว่าคำวิจารณ์ของคุณคือคำวิจารณ์จริงๆ เพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามได้พัฒนาแก้ไข 2. ให้เจาะจงไปที่สาเหตุ ไม่ใช่ตัวบุคคล ก็ใช่ที่ผลกระทบนี้มันมาจากตัวเขา แต่ต้นตอที่เป็นปัญหาคือพฤติกรรมหรือแนวคิดที่เป็นสาเหตุนั้นยังไม่เหมาะสม คุณในฐานะผู้นำผู้สนับสนุน คุณต้องมองลึกลงมาที่สาเหตุแล้วเริ่มจากการแก้ไขปัญหาตรงนั้น การกล่าวอา้งอิงบุคคลมันมีแต่ให้ความรู้สึกกล่าวโทษ ไม่ดีต่อความสัมพันธ์แน่นอนครับ 3. และต้องแยกสาเหตุปัญหานั้นออกจากสิ่งดีๆ ของบุคคลนั้นให้ชัดเจน ไม่งั้นอีกฝ่ายจะเหมารวมเข้าใจว่าตัวเค้าไม่ดี และก็หยุดพัฒนาไปเสียดื้อๆ ทั้งที่จริงแล้วเรื่องที่คุณวิจารณ์(อย่างผิดๆ)นั้นอาจจะเป็นแค่เรื่องเดียวที่ไม่ดีในชีวิตของเขาก็ได้ 4. จะวิจารณ์อย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้คำแนะนำด้วย การวิจารณ์โดยไม่มีคำแนะนำมันก็คือคำตำหนิดีๆ นี่แหละครับ หลายครั้งเจ้าตัวรู้อยู่แล้วว่าอะไรที่ทำได้ไม่ดี แต่ที่ยังไม่แก้ไขหรือยังขาดอยู่คือ แนวทางหรือวิธีที่จะพัฒนาตัวเองต่างหาก …ก็ใช่ครับ บางคนขวนขวาย บางคนไม่ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น เพราะหน้าที่ผู้นำคือชี้แนวทาง ท้ายที่สุดคุณต้องให้เค้าตัดสินใจ ไม่ใช่บังคับ 5. วิจารณ์ตอนไหนก็สำคัญ โดยเฉพาะการวิจารณ์ส่วนตัว คุณก็ต้องให้สภาพแวดล้อมมันส่วนตัว และไม่ใช่ว่าจะวิจารณ์ตอนไหนก็ทำได้ อย่ามาอ้างสิทธิความเป็นหัวหน้าหรือคนจ่ายเงินเดือน เพราะลูกน้องก็คือมนุษย์คนหนึ่ง คุณต้องทำความเข้าใจและยินดีที่จะเข้าใจเค้าอย่างใจจริงด้วยครับ cr. Wealth Creation

ผู้นำสามารถสร้างความเชื่อใจอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร

ผู้นำสามารถสร้างความเชื่อใจอย่างต่อเนื่องได้อย่างไร การสร้างความเชื่อใจในทุกๆ เรื่องอย่างต่อเนื่อง ก็เหมือนการปลูกป่า นานวันยิ่งเติบโตยิ่งมีการพัฒนา แต่ต้องรู้ว่าการทำลายป่านั้นใช้เวลาเพียงไม่นาน หากท่านเป็นที่เชื่อใจแล้วจะช่วยให้ท่านได้รับประโยชน์จากข้อสงสัยในบางช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความเชื่อใจสร้างได้จาก พฤติกรรมในอดีต ความสามารถทางเทคนิคต่างๆ และการแบ่งปันเป้าหมายร่วมกัน และนี่คือกลไก 10 เรื่องที่สำคัญ ที่ผู้นำสามารถสร้างความเชื่อใจ แสดงความหลงใหลในการทำงานของท่าน : หากท่านมีความหลงใหลในการทำงานอย่างแท้จริง บุคลากรก็จะมองเห็น ถ้าท่านกระตือรือร้นที่จะมาทำงานในแต่ละวัน และอุทิศตนเพื่อบรรลุพันธกิจและวิสัยทัศน์ ก็จะส่งผลให้เพื่อนร่วมงานของท่านมีแนวโน้มที่จะมีความผูกพันมากขึ้น แต่หากเป็นไปในทางตรงกันข้าม ก็จะได้ผลในทางตรงกันข้าม คือแรงจูงใจในการทำงานและความเชื่อใจจะลดลง ทำให้ค่านิยมขององค์กรเป็นจริง : ค่านิยมเป็นเรื่องสำคัญต่อการสร้างความเชื่อใจ ค่านิยมองค์กรมักพัฒนาผ่านกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันแล้วนำมาเป็นแกนหลักในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร ค่านิยมเหล่านี้ต้องมีการหารือ เป็นพื้นฐานในการให้อำนาจในการตัดสินใจกับพนักงานในการดำเนินการรับความเสี่ยง และเป็นขอบเขตควบคุมพฤติกรรมที่ยอมรับได้ สิ่งสำคัญที่สุดของค่านิยมคือ การที่ผู้นำระดับสูงไม่เพียง แค่กำหนดหลักการ แต่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาปฏิบัติตามนั้นและไม่รีรอที่จะดำเนินการกับการกระทำที่ละเมิดค่านิยมขององค์กร บอกตามตรง : ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเชื่อใจ แม้เมื่อมีข่าวไม่ดีก็ต้องบอกความจริงโดยไม่เบี่ยงเบนในการสื่อสาร พนักงานที่มีความมุ่งมั่นต่อองค์กรจะรู้สึกที่ท่านเชื่อใจพวกเขาและต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ปัจจุบัน สื่อสารสม่ำเสมอ : ท่านไม่สามารถสร้างความเชื่อใจผ่านผู้สื่อสารท่านอื่น บทบาทหลักสำหรับผู้บริหารระดับสูงคือการสื่อสาร การสื่อสารเปิดเผย ซื่อสัตย์ และเป็นแบบสองทาง การสื่อสารเป็นได้ทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ ส่วนสำคัญของการสื่อสารที่ดีคือการฟังอย่างกระตือรือร้น ท่านจำเป็นต้องรู้ความเป็นไปขององค์กร ในขณะที่ทุกวันนี้การสื่อสารมีหลากหลายรูปแบบ อาทิ อีเมล บล็อก […]

6 คำพูดง่ายๆ ที่ควรใช้กับเพื่อนร่วมทีม

6 คำพูดง่ายๆ ที่ควรใช้กับเพื่อนร่วมทีม Teamwork เป็นหัวใจสำคัญของการทำงานในองค์กร และสิ่งที่จะนำพา Teamwork ให้ไปสู่ความสำเร็จได้ ก็คือการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ทำอย่างไรให้การสื่อสารในทีมสามารถสอดประสานเชื่อมโยง สร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในทีมได้ จนกลายเป็นทีมที่ “เวิร์ก” อย่างแท้จริง มีคำพูดง่ายๆ ที่คนทำงานทุกคนสามารถนำไปปรับใช้ได้ในทุกวันของการทำงาน 1. คำว่า “เรา” เป็นคำสรรพนามง่ายๆ ที่แสดงถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของตัวผู้พูดกับเพื่อนร่วมทีม เน้นย้ำว่าเราคือทีมเดียวกัน แม้จะมีบทบาทหน้าที่หรือความสามารถที่แตกต่างกัน แต่คำว่า “เรา” นี่แหละที่จะเชื่อมทีมไว้ด้วยกัน ไม่มีใครโดดเดี่ยวลำพัง และต้องก้าวเดินไปพร้อมกัน…สู่จุดหมายเดียวกัน 2. ขอบคุณ คำพูดที่ควรเป็นคำติดปากไม่ว่าจะในการทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวัน เมื่อมีใครทำอะไรให้เราแม้เพียงเล็กน้อย สิ่งที่ไม่ควรขาดก็คือคำว่า “ขอบคุณ” เพราะคำพูดง่ายๆ วลีสั้นๆ นี้ทำให้ผู้รับคำขอบคุณรู้สึกมีความสุขกับการให้ และมีกำลังใจในการทำดีต่อกัน พลังของคำพูดดีๆ ที่มาจากใจจริง สามารถส่งต่อความสุข และรักษามิตรภาพไว้ได้เสมอ 3. ขอแรงหน่อย คนที่อยู่ร่วมกันย่อมต้องพึ่งพา ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่เสมอ ตั้งแต่เรื่องเล็กไปจนถึงเรื่องใหญ่ เพราะหลายๆ เรื่องเราไม่อาจทำได้โดยลำพังตัวคนเดียว การจะขอความช่วยเหลือจากเพื่อนในทีมนั้น จึงต้องสื่อสารอย่างมีศิลปะ เพื่อให้เพื่อนร่วมทีมได้รับรู้ว่าตัวเราต้องการความช่วยเหลือจริง ๆ นอกจากนี้คำพูดขอความช่วยเหลือยังแสดงให้เห็นว่าตัวเราให้ความสำคัญและความไว้วางใจอีกฝ่ายมากเพียงใด 4. คิดเห็นอย่างไร การทำงานเป็นทีมย่อมต้องมีพูดคุย ระดมสมอง ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยกันเป็นปกติ เมื่อต้องพูดคุยกัน ให้ละทิ้ง ego ละวางตัวตน ไม่ยึดความคิดเห็นของตัวเองเป็นใหญ่ รับฟังเพื่อนร่วมทีม ให้โอกาสทุกคนได้แสดงความเห็น ด้วยคำพูด […]

ชื่อตำแหน่งไม่ได้บ่งบอกความเป็นผู้นำ หากคุณไม่มี 5 ข้อนี้

  ชื่อตำแหน่งไม่ได้บ่งบอกความเป็นผู้นำ หากคุณไม่มี 5 ข้อนี้ 1. เป็นแหล่งพลังงานบวก สร้างความเป็นไปได้ คุณคือศูนย์รวมของแรงบันดาลใจ ผลักดันให้คนในทีม กล้าคิด กล้าทำ และเปิดโอกาสให้พวกเขาสร้างความเป็นไปได้ใหม่ด้วยตัวของเขาเอง คุณมีหน้าที่เพียงสร้างบรรยากาศแห่งความคิดสร้างสรรค์และสนับสนุนให้ทุกคนได้ทำงานของตัวเองอย่างเต็มที่ 2. คุณต้องรู้จักทุกคนเป็นอย่างดี นั่นรวมถึงการรู้จักตัวเองด้วยนะครับ ..ทำไมน่ะหรอ? มันคือการเรียนรู้ที่จะดึงศักยภาพของแต่ละคนมาใช้ประโยชน์ให้ได้สูงสุด เพราะเมื่อไหร่ที่คุณยื่นปืนให้คนที่ถนัดมีด ทีมคุณก็ถือว่าตายไปแล้วเรียบร้อยครับ 3. คุณต้องตัดสินใจด้วยความมั่นใจ แม้จะเป็นช่วงเวลาที่คุณไม่มั่นใจเองก็ตามที เพื่อจะเซ็ทอัพให้คนอื่นมีทิศไปในทางที่ถูกต้อง คนนำจำเป็นต้องมั่นใจ ไม่ต้องว่าจะล้มเหลวในภายหน้า คือถ้ามันเป็นการตัดสินใจที่ลำบาก ทุกคนสัมผัสได้อยู่แล้วครับ เค้าเตรียมใจพลาดรอไว้เผื่อแล้วแหละ แต่หากคุณคนเป็นผู้นำทำใจเหยาะแหยะ ที่ลูกทีมคุณเผื่อใจไว้ เค้าจะทำมากกว่านั้นอีก คือ ถอดใจเลย และเมื่อนั้นหายนะมาเยือนแน่นอนครับ โชคไม่ช่วยแล้ว 4. สร้างพื้นที่แห่งความปลอดภัย อย่าให้แต่ละคนต้องระแวงกันเอง ต้องไม่มีการต่อสู้กันภายในทีม ไม่เช่นนั้นพวกเขาไม่มีเวลามากพอที่จะทำงานหรอกครับ ก็ทุกวินาทีที่มีต้องใช้ไปกับการปกป้องผลงานและเก้าอี้ของตัวเอง ใครจะไปมีเวลาทำงานกันล่ะ 5. ทำให้มั่นใจว่างานที่ทำนั้นท้าทายความสามารถ คนเก่งไม่ชอบทำอะไรเดิมๆ ซ้ำซากหรอกครับ เค้าต้องการอะไรที่ท้าทาย อย่าลืมครับว่าหากเราฝึกฝนคนอื่นเก่งให้ได้ ต่อให้เค้าลาออก อย่างน้อยเราก็รู้ว่าจะสร้างยอดฝีมืออีกครั้งได้ยังไง ต่างกันหากคุณคิดว่าการปล่อยให้คนไม่เอาไหนยังอยู่ นานวันเข้าจะไม่มีอะไรที่สามารถควบคุมได้หลงเหลืออีกเลย ที่มา […]

9 เทคนิคมัดใจลูกน้องที่เจ้านายควรรู้ไว้

9 เทคนิคมัดใจลูกน้องที่เจ้านายควรรู้ไว้ ไม่มีใครอยากเปลี่ยนงานบ่อยโดยไม่มีเหตุจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นคนในแผนกใดขององค์กรก็ตาม ถ้าเป็นไปได้ใครก็อยากอยู่กันแบบครอบครัว มีอะไรก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันเรื่อยๆ แต่เพราะแต่ละคนมีที่มาไม่เหมือนกัน นิสัยใจคอไม่เหมือนกันนี่สิ การปรับตัวเลยยากกันสักหน่อย บ่อยครั้งตำแหน่งสูงๆ ก็ต้องใช้อำนาจลงมาจัดการบ้างเพื่อให้แต่ละคนทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี บางครั้งก็ไม่อยากจะทำเลยเพราะดูเหมือนเป็นการฝืนใจกัน แต่เพื่อให้งานเดินต่อไป จะทำไงได้? ไม่ใช่เรื่องที่ผิด หากเจ้านายจะใช้อำนาจเพื่อควบคุมลูกน้อง แต่ก็ต้องบาลานซ์ความเหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ด้วย อย่าลืมว่าเราทำงานกับคน ไม่ใช่เครื่องจักรที่ป้อนคำสั่งแล้วเป็นอันจบ เราต้องมีการซื้อใจกันเพื่ออยู่ด้วยกันไปนานๆ หัวหน้าที่ดีคืออะไร? เจ้านายที่ดีเป็นแบบไหน? ในแต่ละคนคงมีอุดมคติที่ไม่เหมือนกัน แต่โดยรวมแล้วใครก็อยากได้เจ้านายในแบบนี้ 1. วันหยุด-วันลายาว : บอกมาได้เลยว่าอยากได้ช่วงไหน จะให้ลาได้เต็มที่ แต่ต้องบอกกันล่วงหน้านะ เพื่อจะได้บริหารงาน บริหารคนได้ถูกระหว่างที่คุณไม่อยู่ เราเข้าใจดีว่าคุณก็ต้องการผ่อนคลายบ้าง ร่างกายคนเรามันก็ต้องมีล้ามีเหนื่อยสะสมจากการทำงานมาเป็นปีบ้าง 2. ตรงไปตรงมา ผลักดันลูกน้องที่มีศักยภาพ : คุณไม่ต้องเลียแข้งเลีย ประจบประแจงเราเพื่อให้ได้มาซึ่งความก้าวหน้า เราดูออกว่ามันเฟค เอาใจแลกใจกันดีกว่า ตรงไปตรงมา คุณอยากได้อะไรบอกเรา คุณคิดว่าเราบกพร่องตรงไหนบอกมา ถ้าคุณทำงานเก่ง ฉายแววให้เราเห็น เราจะช่วยผลักดันคุณให้เก่งไปอีก อาจจะส่งไปเทรนด์งานต่างประเทศ หรือฝึกสกิลอื่นเพิ่มก็ว่ากันไป 3. ให้เครดิตลูกน้อง : ถ้ามันเป็นฝีมือคุณจริงๆ ไม่ได้ลอกใครมา […]

9 นิสัยร้ายทำลายความเป็นมืออาชีพ

9 นิสัยร้ายทำลายความเป็นมืออาชีพ ในการทำงาน เรามักจะสนใจแต่เป้าหมายงาน การเลื่อนตำแหน่ง และเงินเดือนเป็นสำคัญ แต่ลืมไปรึเปล่าว่าระหว่างการทำงาน ระหว่างทางของเป้าหมาย เรายังต้องทำงานร่วมกับหลายคนในทีมเดียวกันด้วย ? ถ้ายังอยากก้าวหน้าแบบสงบ ดูดี มาตัดนิสัยแย่ๆ 9 อย่างนี้ เพื่อความเป็นมืออาชีพในการทำงานกันเถอะ ! 1. ขี้บ่น บ่นในภารกิจกองโตที่จะต้องสะสาง บ่นในความเปลี่ยนแปลงนโยบายบริษัท บ่นๆๆๆๆ ในเรื่องใดก็ตามมันทำให้คุณกลายเป็นคนนิสัยเสียไปโดยอัตโนมัติ แค่นิดหน่อยคุณก็โชว์นิสัยเด็กเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อให้คนอื่นเห็นซะแล้ว อย่าหวังจะได้เลื่อนตำแหน่งเลย เพราะเพื่อนร่วมงานก็ไม่อยากจะสนับสนุน เจ้านายก็ไม่อยากจะให้คุณมีวุฒิภาวะเด็กน้อยแบบนี้ไปรับผิดชอบหน้าที่ที่สูงขึ้นไปให้เสี่ยงมากกว่าคุ้มเปล่าๆ 2. ไม่เคยออกรับหน้า เป็นแค่คนรับฟังคำสั่งอย่างเดียว ไม่ออกความคิดเห็นใดๆ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต้องถูกพิจารณาให้อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่านี้ เพราะคุณขาดภาวะความเป็นผู้นำ ไม่กล้าแสดงออก ไม่กล้ามีส่วนร่วมกับคนอื่น 3. พูดมากกว่าฟัง อย่าทะนงตนว่าตัวคุณเองเป็นคนเก่งที่สุด มนุษย์ทุกคนในโลกนี้ไม่มีใครเพอร์เฟคไปเสียทุกด้าน คุณมีสิทธิพูดได้ แต่ก็ควรให้สิทธิผู้อื่นพูดด้วยเช่นกัน ยิ่งคุณเปิดโอกาสรับฟังมากเท่าไหร่ โลกทัศน์ของคุณก็ยิ่งกว้างขึ้น การงานก็ก้าวหน้าได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย 4. ไม่ดูแลตัวเอง ขยันทำโอทีมากเกินไป นอนดึกตื่นมาเข้างานสายบ่อยๆ ทานแต่อาหารขยะ ไม่รักษาความปลอดภัยของตัวเองในการทำงาน (เช่น แอบถอดหมวกขณะเดินในไซต์งานก่อสร้าง) ในตอนแรกคุณอาจจะมองไม่เห็นปัญหาสักเท่าไหร่ อย่างมากก็แค่ไม่สบายนิดหน่อย ลาพักสักครึ่งวัน-เต็มวันก็หายดีแล้ว […]

10 มิติคุณภาพบริการ

10 มิติคุณภาพบริการ ตัวแบบที่ใช้วัดคุณภาพการให้บริการที่ได้รับความนิยม ผลงานของพาราซุรามาน ซีแทมล์ และเบอร์รี่ (Parasuraman, Ziethaml and Berry) ซึ่งได้พัฒนาตัวแบบเพื่อใช้สำหรับการประเมินคุณภาพการให้บริการโดยอาศัยการประเมินจากพื้นฐานการรับรู้ของผู้รับบริการหรือลูกค้า พร้อมกับได้พยายามหานิยามความหมายของคุณภาพการให้บริการและปัจจัยที่กำหนดคุณภาพการให้บริการที่เหมาะสม ความหมายของมิติหรือมุมมองของคุณภาพการให้บริการ 10 มิติ ที่ซีแทมล์ พาราซุรามานและคณะที่ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ชี้วัดคุณภาพการให้บริการ ดังนี้ มิติที่ 1 ลักษณะของการบริการ (appearance) หมายถึง สภาพที่ปรากฏให้เห็นหรือจับต้องได้ในการให้บริการ มิติที่ 2 ความไว้วางใจ (reliability) หมายถึง ความสามารถในการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือการบริการที่เป็นไปตามคำมั่นสัญญาได้อย่างตรงไปตรงมาและถูกต้อง มิติที่ 3 ความกระตือรือร้น (responsiveness) หมายถึง การที่องค์การที่ให้บริการแสดงความเต็มใจที่จะช่วยเหลือและพร้อมที่จะให้บริการลูกค้าหรือผู้รับบริการอย่างเต็มที่ ทันทีทันใด มิติที่ 4 สมรรถนะ (competence) หมายถึง ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานบริการที่รับผิดชอบอย่างมีประสิทธิภาพ มิติที่ 5 ความมีไมตรีจิต (courtesy) หมายถึง มีอัธยาศัยนอบน้อม มีไมตรีจิตที่เป็นกันเอง รู้จักให้เกียรติผู้อื่น จริงใจ มีน้ำใจ และมีความเป็นมิตรของผู้ปฏิบัติการให้บริการ มิติที่ 6 ความน่าเชื่อถือ (creditability) หมายถึง ความสามารถในด้านการสร้างความเชื่อมั่นด้วยความซื่อตรงและสุจริตของผู้ให้บริการ มิติที่ […]

อุปนิสัย 7 ประการ ที่เราควรมี (7 Habits)

อุปนิสัย 7 ประการ ที่เราควรมี (7 Habits)   ก่อนที่จะเข้าสู่อุปนิสัยที่ดี เราต้องเริ่มจากการปรับมุมมอง หรือ มีการมีกรอบความคิดต่อสิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้องก่อน  เพราะคนเราแต่ละคนจะมีกรอบความคิดที่ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น การเลี้ยงดูที่ผ่านมา ประสบการณ์ ทัศนคติ หรือ สภาพแวดล้อม  ซึ่งหากเรามีกรอบความคิดที่ผิดไปแล้ว เราก็จะตีความ หรือ ดำเนินชีวิตไม่ถูกต้องไปทั้งหมด เปรียบเหมือนการมีแผนที่ที่ผิด ก็จะนำทางเราไปสู่ความผิดพลาด ดังนั้น สิ่งแรกเราต้องมั่นใจว่าเรามีกรอบความคิดที่ดี ที่ถูกต้อง ไม่มีอคติต่อสิ่งใด โดยเน้นความคิดที่สอดคล้องกับธรรมชาติ การอยู่ร่วมกันของมนุษย์ เช่น การมีความยุติธรรม ซื่อสัตย์ จิตใจบริการ ซื่อสัตย์ เป็นต้น (HIM-oknationblog) ไปทำความเข้าใจกับนิสัยที่ดีทั้ง 7 ประการ จากหนังสือ “7 Habits for Highly Effective People”  หรือ “7 อุปนิสัย พัฒนาสู่ผู้มีประสิทธิผลสูง” เขียนโดย สตีเฟน อาร์. โคว์วีย์ 1. ต้องเป็นฝ่ายเริ่มต้นทำก่อน (Be Proactive) คนที่อยู่ในประเภทที่เป็นผู้กระทำ จะเป็นผู้เลือกที่จะทำหรือจะไม่ทำสิ่งใดๆ ด้วยเหตุด้วยผลของเขาเอง คือคิดว่าตัวเองเป็นผู้กำหนดชีวิตของตน ทั้งนี้ด้วยการพิจารณาไว้ก่อน ไม่ใช่ว่าถึงเวลาแล้วค่อยคิดจะทำ เพราะสุดท้ายแล้วก็จะกลายเป็นผู้ถูกกระทำและตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมเหมือนเดิม […]

1 28 29 30 31 32 33