รับมือ AEC

พี่น้องครับ (ใช้คำเข้ากับสมัยเลย) ตอนนี้เหลืออีกเพียง 1 ปีแล้วครับ ที่เราจะเข้าสู่ AEC (Asean Economic Community) หรือประชามคมเศรษฐกิจอาเซียน


วันที่ 1 ม.ค 2558 ประเทศในอาเซียนทั้งหมด 10 ประเทศก็จะเปิดเสรีทางการค้าอย่างสมบูรณ์แล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ประเทศทั้ง 10 ประเทศในอาเซียนได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา ก็จะมีอัตราภาษีนำเข้าระหว่างประเทศเป็นศูนย์ ผู้คนในแต่ละประเทศก็จะเดินทางเข้าออกกันมากขึ้น โยกย้ายกันมากขึ้น

สินค้า บริการ การลงทุน แรงงาน และการลงทุนของทั้ง 10 ประเทศนี้ก็จะหมุนเวียนกันง่ายขึ้น และรวดเร็วขึ้นเพราะเปิดให้การลงทุนจากประเทศสมาชิกได้สูงถึง 70% ผลลัพธ์ที่จะตามมาก็คือ

การเดินทาง การท่องเที่ยวในอาเซียนก็จะมากขึ้นอย่างเท่าทวีคูณ ธุรกิจสายการบิน สนามบิน สินค้าแก่นักเดินทางท่องเที่ยว บริษัททัวร์ บริษัทเดินทาง ขนส่งก็จะมีมากขึ้น ตัวอย่าง เช่น

- สายการบินในไทย เดิมมี การบินไทย นกแอร์ แอร์เอเซีย บางกอกแอร์เวย์ โอเรียลไทยก็มีสายการบินเปิดใหม่ เช่น

- ไทย สมาย

- นก มินิ

- Happy Air

- Solar Air

- ไลอ้อนแอร์

- เอเชีย แอตแลนติก แอร์ไลน์

- และอื่นๆ

 

- คิง พาวเวอร์ เปิดสาขาใหม่ ที่มิได้อยู่ในสนามบินต่อจาก สาขารางน้ำ ขึ้นที่ศรีราชา สมุทรปราการ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์คนสูงอายุมากขึ้น มีการดูแลคนสูงอายุมากขึ้น คนห่วงสุขภาพมากขึ้น แต่ละประเทศจะเข้ารักษาสุขภาพในประเทศไทยมากขึ้น ตัวอย่าง เช่น

-โรงพยาบาลศิริราชตั้งศูนย์หัวใจขึ้นเองในนาม The Heart ดูแลคนไข้แบบโรงพยาบาลเอกชน ด้วยคุณหมอที่เป็นระดับอาจารย์แพทย์

- เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ สร้างศูนย์ดูแลรักษาสุขภาพภายใต้ชื่อ World Medical Center อยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ ด้วยอาคารใหญ่ สูง 24 ชั้น ตกแต่งอย่างหรูหรา รองรับผู้ป่วยได้สูงถึง 324 เตียง

 

การเปลียนแปลสถานะนี้ สิ่งที่คนไทยควรเตรียมการับมือ ก็ประกอบไปด้วย

- ภาษา แน่นอนว่าทั้ง 10 ประเทศจะเชื่อมโยงกันมากขึ้น มีธุรกิจร่วมกันมากขึ้น ย่อมทำให้ต้องมีการใช้ภาษาสื่อสารกันมากขึ้นโดยเฉพาะ ภาษาอังกฤษ ผู้ที่เก่งภาษาอังกฤษ จะได้แต้มต่อในเรื่องนี้อย่างชัดเจน ประเทศอย่างฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ก็จะได้เปรียบในเรื่องภาษากว่าประเทศอื่น เพราะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักอยู่แล้ว

- การแข่งขัน เมื่อมีทางเลือกมากขึ้น แน่นอนว่า ผู้คนย่อมเฟ้นหาตัวเลือกที่ดีที่สุด ย่อมทำให้เกิดบรรยากาศการแข่งขันกันมากขึ้น

ประเทศที่เคยผ่านสมรภูมิการแข่งขัน การสู้รบมาเยอะ ย่อมถูกหล่อหลอม ได้ซึมซับให้มี Sense ของการแข่งขั้นติดตัวมาด้วย ดังเช่นประเทศสิงคโปร์ เวียดนาม ลาว กัมพูชา ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย

- มุ่งเน้นในจุดแข็งของเรา เราไม่ควรไปแข่งในจุดที่เราสู้เขาได้ยาก เราไม่ควรไปแข่งในสิ่งที่เราเสียเปรียบ สิ่งที่เราเสียเปรียบ ยกตัวอย่างเช่น ค่าแรง จำนวนผลผลิตต่อค่าแรง ภาษา ดังนั้นงานที่ใช้ฝีมือแรงงานน้อย และเป็นงานที่ผลิตจำนวนมาก อย่างเช่น เย็บผ้า ผลิตรองเท้า ก็จะแข่งขั้นได้ยาก หาเปรียบเทียบกับประเทศที่แรงงานต่ำกว่าเราอย่าง เวียดนาม

จุดแข็งของเรา คือ แรงงานที่มีฝีมือและการบริการแบบไทยๆ เช่น การท่องเที่ยว สปา แน่นอนว่าสู้เขาได้ทั้งหมด

ถึงวันนี้แล้ว ทุกคนในองค์กรในไทย ต้องพัฒนาตนเอง เสริมสร้าง ศักยภาพ ของตนเองให้แข็งแกร่งขึ้นแล้วครับ เพราะความสำเร็จในอดีต มิได้หมายถึงความสำเร็จในอนาคต

เราเตรียมความพร้อมรับมือก่อนจะดีกว่าที่เมื่อถึงเวลาแล้วตั้งตัวไม่ทัน

แววตาของผู้คนจากประเทศทั้ง 9 ในอาเซียน มีประกายลุกโชน พร้อมที่จะเข้าสู่ AEC อย่างเต็มที่ทุกประเทศ

หากวันนี้ เรายังไม่มีการปรับตัว ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ

 

ขอบอกเลยครับว่า เริ่มได้เลยครับ

 

โดย พิสิทธิ์ พิพัฒน์โภคากุล

https://www.facebook.com/PhiSiththi

ความรู้อื่นๆ ที่น่าสนใจ
ถ้อยคำในการรับโทรศัพ
ถ้อยคำในการรับโทรศัพ
ผู้ใช้โทรศัพท์ทุกคนจะมีบทบาทที่สำคัญในการใช้โทรศัพท์ในแต่ละครั
การบริการอย่างมีคุณภ
การบริการอย่างมีคุณภ
โดย พิสิทธิ์  พิพัฒน์โภคากุล การบริการลูกค้าอย่างมีคุณภาพ (Service Quality) ม
จูงใจอย่างไร ให้ลูกน
จูงใจอย่างไร ให้ลูกน
คงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ผลงานของหัวหน้าเกิดขึ้นจากผลงานของลูกน้องที
กรุณาใส่เลขสองในช่องด้านล่างเพื่อป้องกัน spam
ชื่อ :
Email:
SlideBar
SlideBar