การใช้น้ำเสียงในการสื่อสารให้น่าฟัง

เทคนิคการใช้น้ำเสียงในการสื่อสาร    การใช้น้ำเสียงในการสื่อสารให้น่าฟัง         น้ำหนักของเสียง มี 2 ขั้วตรงข้ามกัน คือ น้ำหนักหนัก และน้ำหนักเบา เสียงที่มีน้ำหนักหนักจะแสดงความมั่นใจ หนักแน่น แสดงว่าผู้พูดมีความมั่นใจ ยืนยันชัดเจน น้ำหนักเบาจะใช้สื่อสารกับผู้ฟังที่มีความเปราะบางหรือต้องการความอ่อนโยน โฟกัสของเสียง มี 2 ขั้วตรงข้ามกัน คือ น้ำเสียงพุ่งตรง และน้ำเสียงอ้อม น้ำเสียงพุ่งตรงเน้นเป้าหมายชัดเจน เหมือนผู้พูดไม่ลังเล เด็ดขาด ส่วนน้ำเสียงอ้อม เหมือนกำลังโอบอุ้ม แต่โค้งซิกแซ็กไปมาจะเป็นการสร้างความสนุกสนาน ความกระชับของเสียง มี 2 ขั้วตรงข้ามกัน คือ น้ำเสียงกระชับ และน้ำเสียงยืดถ่วง น้ำเสียงกระชับใช้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไว แสดงการตัดสินใจที่เร้าให้ผู้ฟังคิดน้อย และตัดสินใจเร็วขึ้น ส่วนน้ำเสียงแบบยืดถ่วงนั้นใช้ในกรณีที่ต้องการให้ผู้ฟังใช้ความคิดกับเรื่องที่กำลังจะพูด เพื่อให้ฟังอย่างทะลุรอบด้าน และใช้เวลากับความคิดมากขึ้น การไหลของเสียง มี 2 ขั้วตรงข้ามกัน คือ น้ำเสียงไร้การควบคุม กับน้ำเสียงควบคุม น้ำเสียงไร้การควบคุมจะทำให้รู้สึกเป็นกันเอง และสบาย ส่วนน้ำเสียงควบคุมจะมีความเกร็ง และผู้ฟังจะรู้สึกว่าผู้พูดไตร่ตรองและเป็นทางการ […]

อุปสรรคและข้อควรระวังในการสื่อสาร

  ผู้ส่งข่าวสารขาดทักษะ ข้อมูลมากเกินไป ได้ข่าวสารไม่สมบูรณ์ ข้อมูลส่งผ่านหลายขั้นตอน เลือกใช้เครื่องมือไม่เหมาะสม รีบเร่งด่วนสรุปข่าวสารเร็วเกินไป ขาดการไตร่ตรอง ผู้รับสารไม่ทบทวนให้เข้าใจ อารมณ์ของผู้รับ หรือผู้ส่งอยู่ในสภาพไม่ปกติ    

คุณลักษณะของผู้ประสบความสำเร็จในการสื่อสาร อุปสรรค และข้อควรระวังในการสื่อสารที่เราไม่ควรมองข้าม

มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ มีทักษะในการสื่อสาร เป็นคนช่างสังเกต เรียนรู้ได้เร็ว และมีความจำดี คิดและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี มีความสามารถแยกแยะและจัดระเบียบข่าวสารต่าง ๆ มีศิลปะและเทคนิคการจูงใจคน มีมนุษยสัมพันธ์ดี

ฟังอย่างไรให้เกิดผลเป๊ะปังกว่าเดิม (Effective Listening)

สบตาผู้พูดระหว่างฟัง ใช้ภาษากาย แสดงให้เห็นว่าตั้งใจฟัง เช่น สบตา หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่แสดงว่าเบื่อ ถามคำถามที่เกี่ยวข้อง หลีกเลี่ยงการขัดจังหวะผู้พูด ฟังแล้ววิเคราะห์ถึงสิ่งที่ผู้พูดจะสื่อ เชื่อมโยงบทบาทอย่างนุ่มนวล ระหว่างผู้สื่อสารและผู้รับสารด้วยการทบทวนความเข้าใจ

ระดับความเครียดเป็นอย่างไรไหนบอกสิ!!

  ความเครียดในชีวิตประจำวัน เดินทางแบบเร็ว รถติด การปรับตัวและผลกระทบน้อยมาก ไม่คุกคามชีวิต ความเครียดระดับต่ำ มีความเครียดเพียงเล็กน้อย หมดในเวลาอันสั้น ไม่กระทบจิตใน เกิดผลดีต่อการทำงาน เช่น เหตุการณ์ในชีวิตประจำวัน ระดับนี้จะกระตุ้นในตื่นตัว กระตือรือร้นแข่งกับตัวเอง ความเครียดระดับกลาง ความเครียดรุนแรงขึ้น อาจอยู่ไปหลาย ชม. ถึงทั้งวัน ทำให้กดดัน ลำบากใจ เหนื่อย กลัวการเปลี่ยนแปลง เกิดจากอาการเจ็บปาช่วย ทำงานติดกันนานๆ ขัดแย้งกับเพื่อน ความรับผิดชอบสูง ความเครียดระดับสูง รุนแรง เวลานานมาก ทำให้ท้อแท้ สิ้นหวัง ไม่มีกำลังใจในการทำงานและใช้ชีวิต ต้องได้รับความช่วยเหลือโดยด่วน เช่นศูนย์เสียบุคคลอันเป็นที่รักไป เสียอวัยวะของร่างกาย

องค์ประกอบของการสื่อสารที่เราไม่ควรพลาด

ผู้ส่งสาร (Sender) คือ บุคคล ที่ส่งสาร หรือแหล่งกำเนิดสารด้วยการแปลสารนั้นให้อยู่ในรูปของสัญลักษณ์ที่มนุษย์สร้างขึ้น แทนความคิด สาร (Message) คือ เรื่องราวที่มีความหมายถ่ายทอดจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร โดยอาศัยภาษาหรือสัญลักษณ์ทำให้เกิดการรับรู้ร่วมกันได้ ช่องทางการสื่อสารหรือสื่อ (Channel) คือ สิ่งที่เป็นพาหนะของสารนำสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร ผู้รับสาร (Receiver) คือ บุคคล ที่รับเรื่องราวจากผู้ส่งสารและนำสารไปใช้ต่อตามวัตถุประสงค์ต่างๆ

1 2 3 4 5 6 66