เมื่อเจอคนชอบเหวี่ยง ต้องรับมือยังไง

เคยไหมครับ ที่เวลาเราทำงาน แล้วเจอคนเหวี่ยงใส่ ทั้งท่าทาง คำพูด สีหน้า   เราจะรับมือ และทำงานร่วมกับคนกลุ่มนี้อย่างไร ไปดูคำตอบกันครับ 1. คุมสติ นิ่งไว้ ไม่ใช้อารมณ์โต้ตอบ 2. ฟังจุดประสงค์ที่ผู้พูดจะสื่อ ไม่ต้องสนใจ ใส่ใจคำอื่น 3. โต้ตอบด้วยความสุภาพ ดั่งคำคมของหนัง forest gump ที่ว่า จงสุภาพกับทุกคน แม้คนนั้นจะหยาบคายกับคุณก็ตาม ไม่ใช่เพราะคนนั้นเป็นคนดีหรือไม่ดี แต่เพราะคุณเป็นคนดี ซึ่งเรื่องนี้ เป็นส่วนหนั่งของทักษะการประสานงาน ทำงานร่วมกันนั่นเอง

อย่าปล่อยให้ความยุ่งทำร้ายเรา กับทริคที่จะช่วยให้ยุ่งน้อยลง

1. อย่ารับงานทุกอย่าง ดูตารางงานเราด้วย ถึงความรับผิดชอบจะเป็นเรื่องดี แต่ถ้างานที่มีตอนนี้เต็มขีดความสามารถแล้วก็อย่าเพิ่งรับงานอื่นมาเพิ่ม เพียงเพราะต้องการเอาใจหัวหน้า หรืออยากเป็นคนที่หัวหน้าไว้ใจที่มอบหมายงานให้ นอกจากจะทำให้งานที่มีอยู่ในมือเสร็จไม่ทันแล้ว อาจทำให้งานออกมาไม่มีประสิทธิภาพด้วย เพราะเราต้องแบ่งพลังในการทำงานหลายอย่างมากเกินไปจนไม่สามารถทุ่มเทเต็มที่กับงานใดงานหนึ่งได้ 2. อย่าเสียเวลาให้งานที่ไม่สำคัญ พยายามจัดลำดับความสำคัญของงานอยู่เสมอ อย่าให้งานเล็ก ๆ มาทำให้เราเสียสมาธิไปจากงาน เช่น ถ้าได้รับอีเมลแล้วเห็นว่าไม่ใช่เรื่องด่วนหรือเรื่องสำคัญ ก็ควรทำงานอย่างอื่นให้เสร็จสิ้นก่อนแล้วค่อยกลับมาเปิดอ่านทีหลังก็ได้ 3. มีสมาธิกับงานตรงหน้า หลายครั้งที่งานไม่เสร็จก็เพราะว่าเราถูกรบกวนสมาธิจากสิ่งรอบตัวหรือเพื่อนร่วมงานในออฟฟิศนั่นเอง พยายามทุ่มพลังไปให้กับงานตรงหน้าอย่างเต็มที่ อย่าให้อะไรหรือใครมารบกวนจนกว่างานจะเสร็จ แล้วจะพบว่าเราสามารถใช้เวลาทำงานต่อชิ้นน้อยลง   4. มุ่งมั่นกับงานได้ แต่ต้องพักผ่อนให้พอด้วย ถ้าเราพักผ่อนไม่พอและยังรู้สึกล้าจากการทำงานในวันก่อนหน้า งานวันนี้ของเราก็อาจมีประสิทธิภาพที่ลดลงไป ลองหาช่วงพักสั้น ๆ ในตอนกลางวันให้สมองได้พักบ้าง รวมถึงพยายามนอนให้ตรงเวลาและนอนให้ได้อย่างน้อย 7 – 8 ชั่วโมงด้วย 5. แบ่งเวลาให้คนรอบตัวบ้าง อย่าให้งานกลายมาเป็นทุกอย่างของชีวิตจนลืมครอบครัวและเพื่อน ๆ พยายามแบ่งเวลาออกไปเที่ยวกับครอบครัว หรือออกไปกินข้าวกับเพื่อนบ้าง เพราะคนเหล่านี้จะช่วยให้ทั้งความคิดและจิตใจของเราสดชื่นขึ้น Cr ;  JobThai

จะเริ่มทำ Happy Workplace อย่างไร??ให้เป๊ะปัง ไม่มีพลาด

การพัฒนาองค์กรให้เป็น“ที่ทำงานน่าอยู่”ซึ่งหมายถึง องค์กรที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ เป็นองค์กรที่มีการทำ งานเป็นทีม (Teamwork) เป็นองค์กรที่มีความสุขในการทำ งานร่วมกัน (Happy 8) เป็นองค์กรที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการอยู่ร่วมกันและมีการพัฒนา ร่วมกัน (Creativity)

ทริคการสร้าง “ความผูกพัน”ในองค์กรสุดปังแบบฉุดไม่อยู่

ความผูกพันต่อองค์การ หมายถึง ความสัมพันธ์ของสมาชิกกับองค์การ ประกอบด้วยโครงสร้าง 3 ด้าน ได้แก่ 1. ความผูกพันด้านความรู้สึก (Affective Commitment) หมายถึง ความรู้สึกของ พนักงานที่เกิดความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร มีส่วนร่วมในองค์กร 2. ความผูกพันต่อเนื่อง (Continuance Commitment) หมายถึง การที่พนักงานอยู่กับ องค์กรโดยยึดถือเรื่องผลตอบแทนเป็นพื้นฐาน  โดยจะแสดงออกในรูปแบบของความต่อเนื่องในการทำงานในองค์กรนั้น หรือย้ายที่ทำงาน 3. ความผูกพันที่เกิดจากมาตรฐานทางสังคม (Normative Commitment) หมายถึง ความรู้สึกของพนักงานที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณต่อองค์กรจากสังคม วัฒนธรรมองค์กรที่มอบให้ อาจมาจากความสัมพันธ์กับเพื่อน ร่วมงานในองค์กรหรือจากหัวหน้างานก็ตาม จะแสดงออกในรูปแบบของความจงรักภักดีต้อองค์กร

ทริคการสร้าง “ความผูกพัน”ในองค์กร สุดปังแบบฉุดไม่อยู่

ความผูกพันต่อองค์การ หมายถึง ความสัมพันธ์ของสมาชิกกับองค์การ ประกอบด้วยโครงสร้าง 3 ด้าน ได้แก่ ความผูกพันด้านความรู้สึก (Affective Commitment) หมายถึง ความรู้สึกของ พนักงานที่เกิดความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร มีส่วนร่วมในองค์กร ความผูกพันต่อเนื่อง (Continuance Commitment) หมายถึง การที่พนักงานอยู่กับ องค์กรโดยยึดถือเรื่องผลตอบแทนเป็นพื้นฐาน โดยจะแสดงออกในรูปแบบของความต่อเนื่องในการทำงานในองค์กรนั้น หรือย้ายที่ทำงาน ความผูกพันที่เกิดจากมาตรฐานทางสังคม (Normative Commitment) หมายถึง ความรู้สึกของพนักงานที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณต่อองค์กรจากสังคม วัฒนธรรมองค์กรที่มอบให้ อาจมาจากความสัมพันธ์กับเพื่อน ร่วมงานในองค์กรหรือจากหัวหน้างานก็ตาม จะแสดงออกในรูปแบบของความจงรักภักดีต้อองค์กร

แชร์ทริคการจัดการความสุขแบบ เป็นอยู่คือ

พนักงานทีมีความสุขในการทํางานต้องมี “เป็น อยู่ คือ” ที่ถูกต้อง สมดุล จากการศึกษา พบว่าพนักงานที่มีความสุขในการทํางานจะมีชีวิตในที่ทํางานและชีวิตประจําวันสอดคล้อง เกื้อหนุนกัน การเป็นตัวตน หรือลักษณะ บุคลิกที่ทําให้พนักงานมีความสุข เมื่อพนักงานมีความเป็นตัวตนของตนเองแล้ว พนักงานต้องสามารถอยู่ในองค์กรได้อย่างมี ความสุขเพื่อให้ตนเองรู้สึก Passion ต่องานและองค์กร การอยู่อย่างมีความสุข เมื่อพนักงานมีความเป็นตัวตนของตนเอง และมี passion แล้ว พนักงานจะเป็นผู้มีสมรรถนะ สูงหรือพนักงานคือ(บุคลากรนั้นตระหนักว่าตนเองมีคุณค่า โดยมีผลงาน และเป็นที่ต้องการ ขององค์กร)ผู้ที่มีความสามารถ

คุณลักษณะการเป็นนักไกล่เกลี่ยที่ดีที่ควรรู้

คุณลักษณะการเป็นนักไกล่เกลี่ยที่ดีที่ควรรู้ 1. สร้างและคงความน่าเชื่อถือ 2. แสดงถึงความเป็นกลาง 3. มีความสามารถในการสื่อสาร 4. เข้าใจสภาพความจริงทั้ง 2 ฝ่าย 5. รับฟังเงื่อนไขที่นำสู่การปรองดอง 6. รับ–นำข้อมูลเสนอทั้ง 2 ฝ่ายอย่างถูกต้อง 7. สุขุมรอบคอบต่อสิ่งที่ได้ยิน

ระบบการสร้างองค์กรแห่งความสุขให้แฮปปี้กว่านี้มีอีกไหม

1. ปัจจัย (Input) แบ่ง 3 เรื่องหลักคือ การบริหารทรัพยากรบุคคล (HR Practices) คือ การกำหนดระบบบริหาร ทรัพยากรบุคคลในเรื่องสำคัญคือ ค่าจ้างที่สมเหตุสมผล การกำหนดและแจ้งให้ทุกคนทราบในเรื่องการแสดงการยอมรับในความสามารถ และรางวัลที่เหมาะสม รวมถึงผลประโยชน์ที่เหมาะสม การประเมินผลการปฏิบัติงานที่ยุติธรรม และ การวางแผนเพื่อความก้าวหน้าในตำแหน่งงานของพนักงาน  ผู้นำกับนโยบาย เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยกระตุ้นในการดำเนินการสร้างองค์กรแห่ง ความสุข หากต้องการให้โครงการนี้สำเร็จผู้บริหารระดับสูงจะต้องกำหนดนโยบายที่ช่วยสร้างคุณค่าให้พนักงาน บรรยากาศในการทำงาน รวมถึงสภาพที่ทำงานที่ทำให้พนักงานมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกัน สถานที่ทำงานที่ดียังรวมถึงความสะอาด และความปลอดภัย 2. กระบวนการ (Process) แบ่งเป็น เครื่องมือ Happy 8 การใช้เครื่องมือความสุข 8 ประการ ขึ้นกับแต่ละหน่วยงาน เพราะแต่ละหน่วยงานมีวัฒนธรรม สภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามหน่วยงานควรมีการปรับการใช้ Happy8 ทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าคลอบคลุมทุกเรื่องที่จำเป็นต้องปรับปรุง ทีมงาน หรือ คณะกรรมการองค์กรแห่งความสุข เป็นคณะกรรมการที่มาจากงานบุคคล และ ตัวแทนจากทุกแผนก ที่มารวมกันเพื่อกำหนดว่าจะทำอะไรในหน่วยงาน การสื่อสารเรื่ององค์กรแห่งความสุขในสถานที่ทำงาน เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก การสื่อสารนี้มีทั้งการให้ข้อมูลในรูปแบบต่าง ๆ และ การอบรม เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนในหน่วยงานทราบข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างองค์กรแห่งความสุขว่าคืออะไร ทำไมต้องทำ ทำเพื่อใคร และ […]

ความผูกพันของพนักงาน คืออะไรไหนบอกสิ!!

  ความผูกพันของพนักงาน คืออะไรไหนบอกสิ!! ความผูกพัน ความสัมพันธ์ที่มีพันธะที่จะรับผิดชอบร่วมกัน ถ้าจะแปลความแบบง่ายๆ ก็คือ การทำให้พนักงานในองค์กรรู้สึกผูกพันกับองค์กร  คำว่า ผูกพัน (Engage)นั้น กินความหมายลึกซึ้งมาก มันไม่ใช่แค่เพียงอยากอยู่กับองค์กรเท่านั้น มันยังหมายความรวมถึง  “การสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านผลงานให้เกิดขึ้นกับองค์กรด้วย”

1 2 3 38