เทคนิควิธีการสื่อสารทางบวกแบบโลกสวย

  การบอกความรู้สึกนึกคิดของตนเอง หรือ I Message เป็นการสื่อสารที่ทำให้ อีกฝ่ายเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องว่าเรามีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร เช่น พูดว่า “ฉันคิดว่าคุณ ทำงานหนักมากน่าจะหาเวลาไปพักผ่อนกับครอบครัวบ้าง” แทนที่จะพูดโดยใช้ You Message เช่น “คุณนี่หายใจเข้าหายใจออกก็มีแต่งานอย่างเดียว” เป็นต้น สื่อสาร 2 ทาง (Two-way Communication) คือ นอกจากจะเป็นการสื่อสารจากเราไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง แล้ว การให้อีกฝ่ายหนึ่งได้มีโอกาสโต้ตอบกลับมา จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนกัน ทำให้เกิด ความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันมากขึ้น มีการแสดงความชื่นชมและขอบคุณกันเช่น การชมลูก เมื่อลูกช่วยทำงานบ้าน เป็นต้น รวมทั้งให้กำลังใจกัน เมื่อสมาชิกในครอบครัวประสบปัญหา บางอย่างในชีวิต คำพูดและการกระทำควรสอดคล้องกัน เช่น สอนให้พนักงานมาทำงานตรงเวลา แต่ตัวเองมาสาย ใช้คำพูดเชิงบวกที่ให้เกียรติกัน เช่น เพื่อนร่วมงานพูดขอให้ช่วยงาน แทนที่จะพูดว่าไม่มีทางช่วยคุณหรอก เปลี่ยนเป็น ขอผมทำงานตรงนี้ซักครู่แล้วจะไปช่วยครับ ใช้คำพูดชัดเจนและเฉพาะเจาะจงในเรื่องที่ต้องการสื่อสาร เช่น เมื่อจะส่งงาน แทนที่จะบอกว่า จะส่งให้ครับ เป็น จะส่งให้ภายใน 5 โมงเย็นวันนี้ครับ […]

การสื่อสารเพื่อสร้างความสุขแบบฉุดไม่อยู่

การสื่อสารที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขมากขึ้นประกอบด้วย มีอารมณ์ขัน สดชื่น ยิ้มและหัวเราะให้กันมากกว่า มีคำพูดที่ให้กำลังใจ แม้อีกฝ่ายหนึ่งพูดไม่ดีมา อีกฝ่ายก็จะใจเย็น ยอมรับผิด รับฟังความคิดเห็นของอีกฝ่ายมากกว่า ช่วยกันแก้ไขปัญหา ร่วมหาทางออก

ทำอย่างไรถึงเป็นคนคิดบวก โลกสวยด้วยความคิดคุณ

  มองตัวเองว่าดี มองคนอื่นว่าดีมองข้ามข้อเสียผู้อื่น มองสิ่งที่เหลืออยู่ ไม่ใช่สิ่งที่ขาดหาย หาจุดดีในเหตุการณ์แย่ๆ ขอบคุณทุกสิ่ง

คิดบวกแล้วดีอย่างไร?ดีต่อใจ ดีต่อเรา

ประโยชน์ต่อร่างกาย มีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น ลดอัตราการเกิดโรคหัวใจล้มเหลว สุขภาพดีขึ้น ป้องกันอาการป่วย เช่น โรคหวัด ลดความดัน จัดการความเครียดได้ดี อดทนต่อความเจ็บปวดได้ดี ประโยชน์ต่อจิตใจ ความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น เพิ่มทักษะการแก้ปัญหา มีคามคิดที่ชัดเจน อารมณ์ดีขึ้น มีทักษะในการรับมือกับเรื่องต่างๆ ลดโอกาสเกิดโรคซึมเศร้า

4 ทริคควบคุมความเครียดฉบับได้ผลจริง

  แก้ปัญหาที่เกิดเพื่อไม่ให้กระทบกับความรู้สึกคุณ แก้ปัญหาด้วยทัศนคติที่เป็นบวก และสร้างสรรค์ เพื่อไม่ให้มากระทบกับความรู้สึกของคุณ พูดกับตัวเองในทางบวก ต่อต้านความคิดเชิงลบด้วยการพูดกับตัวเองเชิงบวกบ่อยๆ. เมื่อคุณพูดกับตัวเองด้านบวกบ่อยๆ มันจะกล ายเป็นบุคลิคภาพของคุณ ทุกสิ่งทุกอย่างมีอุปสรรคเสมอ คุณต้องจัดการความเครียด ขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่าง มองอุปสรรค และนำมาพัฒนาตัวคุณ อย่าเครียดกับปัญหาต่างๆที่เข้ามา ก้าวไปข้างหน้าเพื่อความฝันมีเป้าหมาย รักษาทัศนคติเชิงบวก ร่าเริง ต่อต้านความผิดหวัง เติบโตแข็งแกร่ง ทำให้ตัวเองและผู้อื่นทางบวก และในแง่ดี

จิตวิทยาการสื่อสารที่โคตรปัง

อีริค เบอร์น (Dr.Eric Berne) เชื่อว่า บุคลิกภาพของคนประกอบด้วยส่วนที่เรียกว่า “Ego State” 3 ส่วน สภาวะความเป็นพ่อแม่ (Parent ego state) สภาวะความเป็นผู้ใหญ่ (Adult ego state) สภาวะความเป็นเด็ก (Child ego state)

ความเครียดในที่ทำงาน

ปฏิกิริยาตอบสนองของบุคคลเมื่อเจอแรงกดดันที่เกิดจากสิ่งแวดล้อม สถานการณ์ หรือเหตุการณ์ในการทำงาน ทั้งด้านงาน และคน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อความรู้สึกของคนที่มีต่องาน โดยระดับความเครียดที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อบุคคล ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลขององค์กร ปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียดมี 3 ระดับในที่ทำงาน ระดับองค์กร นโยบาย โครงสร้างองค์กร สภาพแวดล้อมในการทำงาน ความยุติธรรม กฎเข้มงวด ระดับกลุ่ม ขาดความไว้ใจ สามัคคี เกิดความขัดแย้ง ทำงานแข่งขันกัน ระดับบุคคล ขัดแย้งในบาบาทหน้าที่ 1 คน อาจทำหลายหน้าที่ เช้น ในการทำงาน ในครอบครัว อาจเครียดได้ ไม่รู้ในขอบเขตหน้าที่ของตน อุปนิสัยเครียดง่าย คาดหวังในเรื่องต่างๆเยอะเกิดไป

การสื่อสารในองค์กรให้ปังไม่รู้ลืม

รู้จักขั้นตอนในกระบวนการสื่อสาร การใช้ภาษาที่เรียบง่าย และมีการทบทวนซ้ำ (Using Simple, Repetitive Language) ผู้บริหารส่วนใหญ่มักใช้ภาษาที่ยาวและพูดอย่างรวดเร็ว ทําให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ สามารถจัดประเด็นได้ทัน และอาจไม่กล้าขัดหรือถามคําถามหรือกล้าบอกให้พูดซ้ํา ดังนั้นผู้บริหาร ที่มีประสิทธิผลควรจะมีการสื่อ สารที่ทําให้ผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถเข้าใจได้ง่าย และสามารถให้ ผู้ใต้บังคับบัญชาสามารถมีโอกาสตั้งคําถามได้ ใจเขาใจเรา (Using Empathy) ผู้บริหารต้องนึกภาพตนเองเป็น บุคคลอื่น เป็นหนึ่งเดียวกับความคิดของผู้ใต้บังคับบัญชา รู้สึกถึงความเจ็บปวดของพวกเขา รวมถึงแบ่งปันความยินดีกับพวกเขา รู้ว่าเมื่อไรควรจะเน้นเรื่องงาน หรือเน้นที่ตัวบุคคล ให้ ความสําคัญกับการอธิบายเหตุผลเพิ่มเติมที่จะแก้ไขปัญหา หรือให้ความช่วยเหลือกับสมาชิกใน องค์กร ความเข้าใจภาษาท่าทาง (Understanding Language) การแสดงออกทางใบหน้า การใช้มือ แขน และลําตัว เป็นต้น การเรียนรู้เรื่องภาษาท่าทางจะทําให้ผู้บริหารทราบความต้องการที่ ผู้ใต้บังคับบัญชาต้องการจะสื่อสารออกมาแต่ไม่สามารถพูดออกมาทางวาจาได้ รับข้อมูลย้อนกลับ (Learning to receive and give feedback) ผู้บริหารต้องให้และรับการประเมิน เพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชา หรือสมาชิกในองค์กรได้แสดงความคิดเห็นให้ข้อมูลเพิ่มเติม และสิ่งสําคัญ คือ สนับสนุนให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสาร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อองค์กรต่อไป

การใช้น้ำเสียงในการสื่อสารให้น่าฟัง

เทคนิคการใช้น้ำเสียงในการสื่อสาร    การใช้น้ำเสียงในการสื่อสารให้น่าฟัง         น้ำหนักของเสียง มี 2 ขั้วตรงข้ามกัน คือ น้ำหนักหนัก และน้ำหนักเบา เสียงที่มีน้ำหนักหนักจะแสดงความมั่นใจ หนักแน่น แสดงว่าผู้พูดมีความมั่นใจ ยืนยันชัดเจน น้ำหนักเบาจะใช้สื่อสารกับผู้ฟังที่มีความเปราะบางหรือต้องการความอ่อนโยน โฟกัสของเสียง มี 2 ขั้วตรงข้ามกัน คือ น้ำเสียงพุ่งตรง และน้ำเสียงอ้อม น้ำเสียงพุ่งตรงเน้นเป้าหมายชัดเจน เหมือนผู้พูดไม่ลังเล เด็ดขาด ส่วนน้ำเสียงอ้อม เหมือนกำลังโอบอุ้ม แต่โค้งซิกแซ็กไปมาจะเป็นการสร้างความสนุกสนาน ความกระชับของเสียง มี 2 ขั้วตรงข้ามกัน คือ น้ำเสียงกระชับ และน้ำเสียงยืดถ่วง น้ำเสียงกระชับใช้ตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่ไว แสดงการตัดสินใจที่เร้าให้ผู้ฟังคิดน้อย และตัดสินใจเร็วขึ้น ส่วนน้ำเสียงแบบยืดถ่วงนั้นใช้ในกรณีที่ต้องการให้ผู้ฟังใช้ความคิดกับเรื่องที่กำลังจะพูด เพื่อให้ฟังอย่างทะลุรอบด้าน และใช้เวลากับความคิดมากขึ้น การไหลของเสียง มี 2 ขั้วตรงข้ามกัน คือ น้ำเสียงไร้การควบคุม กับน้ำเสียงควบคุม น้ำเสียงไร้การควบคุมจะทำให้รู้สึกเป็นกันเอง และสบาย ส่วนน้ำเสียงควบคุมจะมีความเกร็ง และผู้ฟังจะรู้สึกว่าผู้พูดไตร่ตรองและเป็นทางการ […]

อุปสรรคและข้อควรระวังในการสื่อสาร

  ผู้ส่งข่าวสารขาดทักษะ ข้อมูลมากเกินไป ได้ข่าวสารไม่สมบูรณ์ ข้อมูลส่งผ่านหลายขั้นตอน เลือกใช้เครื่องมือไม่เหมาะสม รีบเร่งด่วนสรุปข่าวสารเร็วเกินไป ขาดการไตร่ตรอง ผู้รับสารไม่ทบทวนให้เข้าใจ อารมณ์ของผู้รับ หรือผู้ส่งอยู่ในสภาพไม่ปกติ    

1 2 3 36