บริหารคนให้ทำงาน ต้องวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์

บริหารคนให้ทำงาน ต้องวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ การวิจารณ์ที่ดีเป็นไปเพื่อเสริมสร้างและชี้แนะผู้ถูกวิจารณ์ให้เกิดการพัฒนา ไม่ใช่เพื่อจ้องจับผิด หรือต้องการประจานให้เสียหายแต่อย่างใด หากแต่บางครั้งบางคราที่ผู้วิจารณ์มีเจตนาดีแต่ไม่รู้วิธีพูด ความหวังดี จึงกลับกลายเป็นการทำร้ายให้เจ็บช้ำน้ำใจได้โดยไม่รู้ตัว ผู้มีหน้าที่ในการบริหารบุคลากรจึง จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้จักวิธีการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ เรามีแนวทางการวิจารณ์อย่างสร้างสรรค์มาฝาก   1. อย่าเพิ่มค่าของตน ด้วยการลดค่าคนอื่น การที่คุณบอกกับเขาว่า คุณเตือนเขาด้วยความหวังดี เท่ากับว่าคุณกำลังลดค่าของเขาด้วยการจี้จุดอ่อนบางอย่างที่เป็นความผิดในตัวเขา โดยใช้ความหวังดีมาเพิ่มค่าให้กับตัวคุณเอง   2. พูดกันสองต่อสอง การจะวิจารณ์ใดๆ นั้น คุณต้องคำนึงถึงความรู้สึกของเขาก่อนเป็นสำคัญ อย่าทำให้เขารู้สึกอับอายและเสียหน้า ด้วยการวิจารณ์เขาต่อหน้าบุคคลที่สาม และพึงระลึกไว้ว่า คุณต้องให้เกียรติผู้ที่ถูกวิจารณ์เสมอ   3. ต้องรู้จักลูกน้อง ในที่นี้หมายถึง คุณต้องรู้จักนิสัยใจคอ พื้นฐานจิตใจ ความละเอียดอ่อนไหวของลูกน้องแต่ละคน แล้วเลือกวิธีและดีกรีการพูดที่เหมาะสม บางคนอาจต้องใช้ความนิ่มนวลมากกว่าปกติ บางคนชอบแบบตรงไปตรงมา หรือบางคนแค่แสดงออกด้วยสีหน้าท่าทางว่าผิดหวังก็เพียงพอแล้ว   4. หาจังหวะและโอกาส เมื่อคุณทราบถึงปัญหาหรือข้อผิดพลาดของเขา คุณควรหาข้อเท็จจริงก่อน ว่าเป็นความผิดพลาดของเขาอย่างแท้จริง หรือมีที่มาจากสาเหตุอื่นด้วย แล้วค่อยหาจังหวะและโอกาสพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวแบบไม่ต้องซีเรียสอะไร   5. กล่าวนำด้วยคำชมเชย การเปิดประเด็นด้วยคำวิจารณ์ในทันที จะทำให้ผู้ฟังปิดประตูใจใส่คุณ เขาจะเกิดความรู้สึกต่อต้านคุณในทันทีเช่นกัน ฉะนั้นควรเปิดประตูใจของเขาโดยกล่าวถึงส่วนที่ดีของเขาก่อนจากนั้นจึงวิจารณ์ด้วยถ้อยคำที่รื่นหู […]

เรียนรู้จาก Chat Bot

เรียนรู้จาก Chat Bot หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า Bot มาพอสมควร ซึ่งระยะหลัง ๆ มานี้ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวของเรา เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากมายโดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวกลไกในการขับเคลื่อนสำคัญ ไม่พ้นแม้แต่การสื่อสาร ที่ดูเหมือนกับว่า เราคงได้คุยกับ Bot มากกว่ามนุษย์ด้วยกันซะอีก ภาพ การสนทนาผ่านเครื่องมืออุปกรณ์สื่อสาร https://pixabay.com            ก่อนหน้า เราคุ้นเคยกับคำว่า bot จากคำเต็มที่ว่า robot หรือที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันว่าเป็นหุ่นยนต์นั่นเอง ก่อนอื่นขอแนะนำให้รู้จักผู้นิยามคำว่า robot เป็นคนแรก เขาผู้นั้นมีชื่อว่า กาเรล ชาเปก ผู้ซึ่งเขียนนวนิยายสมัยใหม่จนกลายมาเป็นภาพยนตร์แล้วหลายเรื่อง นั่นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า เรามีความคิดความเชื่อที่ว่าเทคโนโลยีในอนาคตจะสามารถสร้างสิ่งประดิฐษ์ที่สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของมนุษย์ได้อย่างแน่นอน สำหรับสิ่งที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้เป็นเรื่องของเทคโนโลยีเกี่ยวกับการสื่อสารที่มีการเรียกใช้กันว่า chatbot ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คงจะอธิบายว่า มันคือโปรแกรมที่มีไว้สื่อสารและโต้ตอบกับมนุษย์ โดยส่วนใหญ่ในสมัยที่มีการเริ่มใช้งานเรานิยมใช้เพื่อความสนุกสนาน บันเทิง คลายเหงา จนกลายเป็นไวรัล (Viral Marketing) เมื่อหลายปีก่อน ที่มนุษย์สามารถพูดคุยโต้ตอบผ่านแอพพลิเคชั่นที่สามารถติดตั้งได้ง่ายในอุปกรณ์สื่ออย่างโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต แต่นั่น เป็นเพียงกระแสเริ่มต้นเท่านั้น […]

10 นิสัย ที่ทำแล้วดูไม่เป็นมืออาชีพ ไม่อยากตกงานอย่าทำ!!

หลาย ๆ คนทำงานอยู่ที่บริษัทมากกว่าการอยู่บ้านเสียอีก ดังนั้นถ้าให้เราบอกว่าบริษัทคือบ้านหลังที่สองก็ไม่ผิดกันใช่ไหม เพราะเราจะต้องใช้ชีวิตผูกติดอยู่กับทำงานในบริษัท 8-9 ชั่วโมงต่อวัน ทำให้เรามีความคุ้นเคยกับบริษัทเป็นอย่างดี จนทำให้เราเปิดเผยนิสัยส่วนตัวเวลาที่อยู่ที่บ้านออกมา ซึ่งอาจจะเป็นที่ชื่นชอบของคนในบริษัทและไม่ชอบด้วยก็มี (ขึ้นอยู่กับความคิดของแต่ละคน) 10 นิสัย ที่เราไม่ควรทำในที่ทำงาน ในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ จะพอทุกคนไปดู 10 นิสัยที่เราไม่ควรทำเมื่ออยู่ที่บริษัทโดยเด็ดขาด ไม่งั้นได้ดูไม่เป็นมืออาชีพอย่างแน่นอน 1. มาทำงานสาย ไม่ตรงต่อเวลา อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า การทำไปทำงานสายเป็นเรื่องที่ไม่ดีและไม่ควรทำเป็นอย่างมาก เพราะการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในเวลาเข้างานหรือเวลามีนักคุยงานกับผู้อื่น ดังนั้นนิสัยแรกที่เราควรแก้ก็คือการไปทำงานไม่สาย และถ้าหากในวันไหนเรามีนัดคุยงานกับลูกค้านอกสถานที่ก็ควรที่จะต้องไปถึงก่อนเวลาสักหน่อย เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญกับคนที่เราต้องไปพบด้วย 2. เข้าประชุมสาย ปล่อยให้คนอื่นรอ ซึ่งในข้อนี้ก็เป็นทำนองเดียวกันกับการไปทำงานสายหรือพบลูกค้าสาย เพราะการเข้าประชุมสายเป็นการแสดงให้เห็นว่าเราไมได้ให้ความเคารพกับเพื่อนร่วมงาน (การปล่อยให้คนอื่นรอเป็นเรื่องที่ไม่สุภาพและไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง) 3. ลาป่วยบ่อยเกินไป เราไม่ได้บอกว่าห้ามลาป่วย ถ้าเราป่วยจริง แต่ถ้าใครชอบลาป่วยในทุก ๆ เดือน หรือลาติด ๆ กันหลายวันอยู่บ่อยครั้ง แบบนี้ก็ไม่ดีนะ เพราะมันจะมีผลต่อการเลื่อนตำแหน่งงานของเราด้วย… 4. ทานอาหารที่มีกลิ่นเหม็นบนโต๊ะทำงาน ในบางบริษัทก็มีข้อห้ามอย่างชัดเจนว่าห้ามพนักงานนำอาหารมาทานบนโต๊ะอาหารเด็ดขาด หรือในบางบริษัทก็มีข้อยกเว้นสามารถให้พนักงานนำอาหารมาที่โต๊ะได้ (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกฏระเบียนของแต่ละบริษัท) แต่เราก็มีควรที่จะนำอาหารที่มีกลิ่นเหม็นมาทานบนโต๊ะ นอกจากจะไม่ถูกสุขลักษณะและทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงแล้ว ยังเป็นการไปรบกวนเพื่อนร่วมงานอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสียงในการทานอาหาร กลิ่นอาหาร และความเลอะเทอะบนโต๊ะ 5. แต่งหน้าที่โต๊ะทำงาน การแต่งหน้าที่โต๊ะทำงาน อาจจะไม่ใช่เรื่องที่ร้ายแรงมากนัก แต่ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ […]

ครูไทย 4.0 ใช้ “Plickers”

ครูไทย 4.0 ใช้ “Plickers” ในยุคที่ทุกวงการต้องก้าวเข้าสู่ไทยแลนด์ 4.0 วงการด้านการศึกษาก็เช่นเดียวกัน บุคลากรสำคัญเช่นครูก็ขาดไม่ได้ที่จะต้องฝึกฝนและพัฒนาตนเองให้ทันสมัยอยู่เสมอ รวมไปถึงการหาเครื่องมือใหม่ ๆ ในการใช้งานเพื่อประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน ซึ่งเราเรียกมันว่า เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ภาพ ครูกับการสอน ที่มา https://pixabay.com/th,ณัฐดนัย เนียมทอง           เรารู้แล้วว่า ยุค 4.0 คือยุคแห่งดิจิทัล ซึ่งหมายถึงครูก็ต้องมีเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้การศึกษานั้นก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลด้วยเช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เราเคยประสบปัญหากับเทคโนโลยีที่ทั้งครูและนักเรียนต่างก็ต้องมีอุปกรณ์รองรับการใช้งานแอปพลิเคชัน เช่น คอมพิวเตอร์หรือแท็บเลต วันนี้เราขอแนะนำเทคโนโลยีหนึ่งที่มีชื่อว่า Plickers ซึ่งนักเรียนไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ใด ๆ นอกจากกระดาษคำตอบที่สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ที่ให้บริการ ก็สามารถร่วมกิจกรรมในชั้นเรียนร่วมกับครูที่สามารถใช้งานบนโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตเพียงเครื่องเดียว Plickers คืออะไร เครื่องมือสำคัญของครูที่ใช้ในระบบการประเมินผลนักเรียน เก็บข้อมูลนักเรียน หรือใช้เป็นกิจกรรมเกมสำหรับการเรียนการสอนก็ได้ด้วยเช่นเดียวกัน การสร้างคำถาม            ครูสามารถเข้าสู่ระบบของ Plickers โดยการสมัครเข้าใช้งานและเข้าสู่โหมดสร้างคำถามและเก็บไว้ใน Library เมื่อต้องการใช้ก็สามารถนำมาใช้ได้ทันที ในระบบจัดการของตนเอง แต่ก่อนอื่นก็ต้องสร้างห้องเรียน ใส่ข้อมูลนักเรียนในห้องเรียน […]

องค์กรแห่งการเรียนรู้

องค์กรแห่งการเรียนรู้ ความหมายของคำว่า องค์กรแห่งการเรียนรู้  (Learning Organization) ถ้าอ้างอิงตามนักคิดท่านหนึ่งคือ Peter M. Senge ท่านเคยให้นิยามไว้ว่า “องค์กรแห่งการเรียนรู้ คือ ที่ๆ ซึ่งบุคลากรมีความเป็นเลิศใน  – การสร้างสรรค์ (Creating) และพัฒนา ความรู้ใหม่ๆ,  – ได้มาจาก (Acquiring) การจัดเก็บความรู้ อย่างเป็นระบบ, และ  – ถ่ายทอด (Transferring) แลกเปลี่ยน ความรู้ภายในองค์กร ” ส่วนทฤษฎีการสร้างองค์กรแห่งการเรียนรู้นั้นมีนักคิดหลายท่านได้เสนอไอเดียที่หลายหลาก ในบทความนี้จะขอยกตัวอย่างทฤษฎีของ David A. Garvin, Amy C.Edmondson, and Francesca Gino ที่ตีพิมพ์ใน Harvard Business Review – March 2008 ซึ่งมี 3 องค์ประกอบหลักดังนี้ สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ (Supportive learning environment) • มีบรรยากาศของ […]

เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณอยู่รอดในที่ทำงาน

เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณอยู่รอดในที่ทำงาน อย่าเสนอที่จะชงกาแฟเด็ดขาด ในสำนักงานจะมีพิธีกรรมที่ทุกคนรอเป็นชั่วโมงเพื่อที่จะมีใครถามเป็นคนแรกว่า “ใครต้องการกาแฟบ้าง” บุคคลนั้นจะพบว่าตัวเองอยู่ในห้องครัวตลอดเวลาที่เหลือของวันทำงานในฐานะผู้จัดการการจัดเลี้ยงจูเนียร์ เพิกเฉยต่ออีเมลทั้งหมด โดยทั่วไปการทำงานในห้องจดหมายไม่ได้เป็นทางเลือกสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่เมื่ออีเมลนั้นมาก คนส่วนใหญ่จึงใช้เวลาครึ่งชีวิตการทำงานของพวกเขาจะตกเป็นทาสอยู่ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัวของพวกเขาเอง อีเมลส่วนใหญ่จะสลายไปได้อย่างไร แต่ถ้าคุณปล่อยมันไว้ด้านล่างของกองและไม่ยอมตอบกลับไป ในที่สุดมันจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง บางคนทำเช่นนี้อาจจะดูเหมือนเป็นเพียงสิ่งที่กล้าหาญและเป็นการฆ่าตัวตายที่ทำในสำนักงาน แต่ถ้าสิ่งที่ส่งมานั้นสำคัญจริงๆ ผู้ที่ส่งมาก็จะโทรหาคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้เอง ทำให้ตัวเองเป็นที่สังเกต การโตในธุรกิจหมายถึงการเป็นที่สังเกต แต่การทำงานหนักแทบจะเป็นการทำให้คุณไม่ถูกมองเห็น ดังนั้นมันจะเป็นการดีกว่าที่จะทำงานหนักและเป็นที่สังเกตเห็นด้วย สิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงชอบมากกว่าสิ่งอื่นใดก็คือผู้จัดการจูเนียร์ที่แสดงให้เห็นถึงความคิดริเริ่มและอาสาสมัครที่จะทำงานสิ่งต่างๆ ส่วนใหญ่ของเหตุผลก็คือการที่ยิ่งผู้จัดการจูเนียร์อาสาสมัครที่จะทำเท่าไหร่ งานของผู้จัดการอาวุโสก็จะน้อยเท่านั้น แน่นอนว่าสำหรับสิ่งที่เป็นอาสาสมัครที่จะทำและทำ เป็นสองเรื่องที่แตกต่างกัน เมื่อคุณได้เครดิตสำหรับการอาสาสมัครสำหรับโครงการ จะเป็นการดีที่สุดที่จะหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่เป็นไปได้จากโครงการก่อนที่จะมีปัญหา วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำคือการเป็นอาสาสมัครสำหรับโครงการอื่น ให้คิดว่าการประเมินเป็นเหมือนการออดิชั่นละคร การประเมินคือสิ่งที่คุณจะมีการแลกเปลี่ยนความเห็นกับเจ้านายของคุณ มันเรียกว่าการแลกเปลี่ยนความเห็นเพราะคุณไปพร้อมกับความคิดเห็นของคุณและกลับออกมาพร้อมกับความเห็นของพวกเขา เมื่อคุณมีปีที่ไม่ดี วิธีที่ดีที่สุดคือความสมดุลระหว่างขอโทษและประจบประแจง เช่น “ความเคารพของฉันต่อคุณนั้นรุนแรงจนบางครั้งมันก็ฟุ้งซ่าน จึงก่อให้เกิดความต่อเนื่องของความผิดพลาด ที่เป็นเหตุผลหลักของประสิทธิภาพการทำงานของฉันในปีนี้ ” สิ่งที่น่าสนใจก็คือ การให้การประเมินเป็นสิ่งที่ยากเท่ากับการได้รับการประเมิน ความลับอยู่ที่การผสมผสานของการวิจารณ์กับการรับรู้ ตัวอย่างเช่น “มาร์ติน คุณทำผิดพลาดหลายอย่าง แต่เราก็รู้ว่าคุณทำไปเพราะคุณเป็นคนงี่เง่ามาก”   Credit: http://www.theguardian.com/money/2006/oct/18/workandcareers.healthandwellbeing

Google ทำโฆษณาซึ้งสร้างจากเรื่องจริงของ ‘เด็กหาย’ ในประเทศไทยที่หาทางกลับบ้านได้เพราะใช้กูเกิล

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปัญหาใหญ่อย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่าง “บุคคลสูญหาย” ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหล่าเยาวชน ที่มีข่าวคราวว่าหายตัวออกจากบ้านให้เราได้เห็นผ่านสื่อต่าง ๆ เกือบทุกวัน ซึ่งในวันนี้เรามีเรื่องราวที่น่าสนใจ เมื่อ Google ได้ปล่อยคลิปวีดีโอ ที่สร้างจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงของ ‘อั้ม’ เด็กหนุ่มชาวไทย ผู้เคยเป็น “คนหาย” มาเป็นเวลากว่า 15 ปี แต่ปัจจุบันเขาสามารถหาทางกลับไปหาครอบครัวครอบครัวสำเร็จแล้ว จากการใช้ Google ซึ่งในคลิปวีดีโอนั้นมีรายละเอียดที่น่าสนใจต่าง ๆ ดังนี้ Insight จริงจากปากของอดีต ‘บุคคลสูญหาย’ อีกเหตุผลที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง ปัญหาเด็กหายนั้น หนึ่งในวิธีแก้ไขที่คนไทยให้ความสำคัญกันมาตลอด คือการเฝ้าระวังไม่ให้ลูกหลานไปยุ่งเกี่ยวกับคนแปลกหน้า แต่การได้ฟังเรื่องราวของอั้มในโฆษณานี้ ทำให้เราได้เห็นอีกมุมหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น เพราะเหตุผลที่อั้มกลายเป็น “เด็กหาย” นั้นไม่ใช่เพราะถูกลักพาตัวไปแต่อย่างไร แต่เกิดจากความคึกคะนองโดยไม่ได้ยั้งคิดด้วยความเป็นเด็ก เขาแค่อยากที่จะ “หนีออกจากบ้าน” แล้วบังเอิญโชคร้าย ที่เขาจำทางกลับบ้านไม่ได้ จะถามใครก็ไม่ได้ เพราะจำชื่อที่อยู่บ้านไม่ได้ อ่านหนังสือก็ไม่ออก เขียนก็ไม่ได้ ทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล การสร้างโฆษณาจากเรื่องจริง ช่วยทำให้ทุกอย่างดูสมเหตุสมผล เข้าใจง่ายและไม่ขายของจนเกินไป     เพราะเป็นเรื่องจริง ทุก ๆ อย่างในโฆษณาจึงดูหนักแน่น […]

แนวคิด 12 ประการที่ควรทราบ เพื่อไม่ให้ Agile ในองค์กรของคุณล้มเหลว

ปัจจุบันมีการใช้แนวคิด ‘Agile’ ในการพัฒนาซอฟต์แวร์อย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในประเทศฝั่งตะวันตก เมื่อไม่นานมานี้ นิตยสาร Forbes เผยแพร่บทความที่กล่าวถึง Agile ว่าเป็น เครื่องจักรผลิตนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลก ส่วนนิตยสาร Fast Company ก็กล่าวว่า  Agile  คือ วิธีการทำให้ได้งานที่ดีที่สุด จากทีมของคุณที่สามารถทำได้จริง หรือหากจะลองค้นหาคำว่า Agile ในหมวดหนังสือของ amazon.com ก็จะพบรายชื่อหนังสือเรื่องนี้เป็นหลักพัน รวมทั้งหากค้นหางานด้วยคำว่า Agile ในเว็บหางานยอดนิยมของอเมริกาอย่าง monster.com ก็จะพบประกาศงานเป็นพันๆ ตำแหน่ง สะท้อนให้เห็นว่า Agile นั้น กลายเป็นแนวคิดกระแสหลักในการพัฒนาซอฟต์แวร์ไปแล้ว กลยุทธ์กระจายแนวคิด Agile From bottom-up ในช่วง 4-5 ปีก่อนหน้านี้ การนำ Agile มาใช้ในองค์กรมักเกิดขึ้นแบบล่างขึ้นบน (Bottom-Up) คือ การที่พนักงานในบริษัทได้ไปอ่านบทความ อ่านหนังสือ ไปร่วมสัมมนา หรือไปเข้าอบรมเรื่อง Agile เเล้วอยากนำมาทดลองใช้ในบริษัท ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายว่าวิธีการนี้มักจะไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร เนื่องจากแนวคิดหลายๆ อย่างของ Agile นั้นดูจะเป็นเรื่องตรงกันข้ามกับวิธีการเดิมๆ ที่องค์กรส่วนใหญ่ใช้กันมา อีกทั้งตัวพนักงานเองมักจะไม่สามารถโน้มน้าวให้ผู้บริหารเห็นประโยชน์ของวิธีการทำงานแบบใหม่ได้ ดังนั้นการนำ […]

คุณภาพการบริการ ในมุมมองของลูกค้า

คุณภาพการบริการ ในมุมมองของลูกค้า 1. Physical : Manner of speech / Service, Attractiveness of speech น้ำเสียงเต็มใจให้บริการ อักขระ  ควบกล้ำ ชัดเจน ไม่พูดช้าหรือ เร็วเกินไป คำพูดและน้ำเสียงสร้างความเชื่อมั่น เป็นมิตร และสร้างประสบการณ์ที่ดี ไม่ใช้คำฟุ่มเฟือย ไม่พูดแทรกหรือพูดขัดจังหวะคู่สนทนา ใช้โทนเสียงสูงต่ำ  ควบคุมน้ำเสียงและอารมณ์ได้ตลอดการสนทนา   2. Functional : Giving Information and Product knowledge ตั้งใจฟังคู่สนทนาเพื่อจับประเด็นของเรื่อง  มีทักษะการวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นระบบ ใช้คำถามเพื่อค้นหาความต้องการ ใช้คำพูดทวนความเข้าใจ ให้ข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง เป็นลำดับขั้นตอน ตอบตรงประเด็น สามารถให้คำแนะนำและโน้มน้าวคู่สนทนาได้บันทึกข้อมูลการติดต่อของลูกค้า   3. Lifetime : Proper interaction with customer ตอบคำถามได้รวดเร็ว ไม่ใช้เวลานาน วิเคราะห์แก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที […]

เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นกลุ่ม COSMETICS

เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นกลุ่ม COSMETICS เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นกลุ่ม Cosmetics / โดย ลงทุนแมน หลังจากช่วงเวลาสดใสของตลาดหุ้นไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยก็ได้ปรับตัวลดลง จากจุดสูงสุดที่ระดับ 1,800 จุดในช่วงต้นปีนี้ มาอยู่ที่ราว 1,600 จุดในเดือนกรกฎาคม หรือลดลง 11% ในเวลาครึ่งปี อย่างไรก็ตาม หุ้นบางกลุ่มนั้นกลับปรับตัวลงแรงกว่าค่าเฉลี่ย โดยเฉพาะกลุ่มที่เคยเป็นหุ้นยอดนิยมอย่างกลุ่ม “เครื่องสำอาง” (Cosmetics) เกิดอะไรขึ้นกับหุ้นที่เคยเป็นดาวเด่นเหล่านี้? ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง ย้อนกลับไปในช่วงก่อนการปรับตัวลงของตลาดหุ้น ในช่วงที่ผ่านมานั้น หุ้นดาวเด่นในกลุ่มความงาม กำลังได้รับความนิยม ผู้บริหารแต่ละบริษัทมีการคาดการณ์ว่า อนาคตของธุรกิจความงามนั้นมีโอกาสเติบโตในระดับที่สูงมาก หลักๆ มาจากการขยายสาขาในประเทศ และการเปิดตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะใน “ประเทศจีน” หุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มนี้ก็คือ BEAUTY รายงานกำไรในปี 2017 อยู่ที่ 1,229 ล้านบาท เติบโตจากปี 2016 ที่ราว 656 ล้านบาท หรือมากกว่า 87% ถ้าให้วัดกันที่กำไร บริษัท BEAUTY […]

1 28 29 30 31 32 38